คริสเตียโน่ โรนัลโด ปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติโปรตุเกส พร้อมบอกเล่า 10 โมเมนต์สำคัญที่หล่อหลอมตำนานนักเตะระดับโลกการปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2003 คริสเตียโน่ โรนัลโด เปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ ด้วยการประเดิมสนามพบกับคาซัคสถานในการอุ่นเครื่อง ทีมชาติโปตุเกสชนะ 1-0 เขาอายุ 18 ปี ฟอร์มโดดเด่นกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเริ่มต้นอาชีพที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ฟุตบอลโรนัลโดลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังวันนั้น และหลังจากนั้นโอกาสลงสนามมากขึ้นจนกลายเป็นแกนหลักในทีมชาติ โดยเฉพาะเมื่อยูโร 2004 ใกล้เข้ามาในบ้านเกิดไม่มีใครคาดคิดว่าโมเมนต์นี้จะนำไปสู่เส้นทางที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษ เขาเล่นให้ทีมชาติไป 234 นัด และทำ 146 ประตู เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลและผู้ติดธงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ ก่อนประกาศยุติอาชีพกับทีมชาติในเดือนพฤศจิกายน 2026ยูโร 2004 รอบชิงชนะเลิศ: น้ำตาของกรีซยูโร 2004 เป็นเวทีแรกที่โรนัลโดได้สัมผัสโอกาสสำคัญในเสื้อโปรตุเกสบนเวทีใหญ่ เขาเปิดบัญชีทีมชาติด้วยการพบกับกรีซในการแข่งขันนัดเปิดสนามที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ แต่เจ้าภาพแพ้ 2-1โปรตุเกสเดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยกรีซมีแผนรุกคุกคาม โปรตุเกสหวังคว้าแชมป์ยูโรในบ้านเกิด แต่สุดท้ายพ่ายให้กรีซที่เข้มแข็งด้วยประตูเดียวเสียงน้ำตาในนาทีสำคัญของกัปตันทีมเมื่อเสียงนาทีสุดท้ายเงียบลง โรนัลโดไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้ นี่คือหนึ่งในฉากสำคัญที่บอกถึงการเริ่มต้นของอาชีพระหว่างประเทศของเขา เขาใกล้จะคว้าแชมป์กับโปรตุเกสครั้งแรกในชีวิต แต่มันหลุดลอยไปในปี 2004 เขารอถึงปี 2016 เพื่อได้สัมผัสแชมป์ยุโรปครั้งแรกฟุตบอลโลก 2006 รอบรองชนะเลิศ: ใกล้ฝันระดับโลกโรนัลโดเปิดตัวฟุตบอลโลกร่วมกับโปรตุเกสที่เยอรมนี 2006 หลังจากที่กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่สว่างสดใสของฟุตบอลยุโรป เขาทำประตูแรกบนเวทีโลกจากจุดโทษต่ออิหร่านในรอบแบ่งกลุ่มที่ชนะ 2-0โปรตุเกสเดินหน้าต่อด้วยชัยชนะเหนือฮอลแลนด์ในรอบ 16 ทีม และเอาชนะอังกฤษด้วยการดวลจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศ เพื่อเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีความฝันไปไม่ถึงแชมป์เมื่อฝรั่งเศสชนะด้วยประตูจากจุดโทษของซีนัด์ ก่อนที่โปรตุเกสแพ้เยอรมันในแมตช์ชิงอันดับสาม จบที่อันดับสี่ แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการเกิดของดาวหนุ่มที่พร้อมนำประเทศผ่านบทสำคัญในอนาคตยูโร 2016: แชมป์แรกของโปรตุเกสโรนัลโดกลับมาสู่ศึกยูโร 2016 พร้อมกับภาระอันใหญ่ในการนำทีมชาติคว้าแชมป์ เขาเป็นกัปตันและหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของโลกกลุ่มที่ลำบากยากลำบาก เขาพาโปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์และพบกับเจ้าภาพฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศนัดชิงไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อการบาดเจ็บทำให้เขาถูกถอดออกในนาทีที่ 25 และร้องไห้บนม้านั่ง เขายังคงให้กำลังใจทีมและนำพาเพื่อนร่วมทีมสู้ต่อ จน Éder ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้โปรตุเกสคว้าแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แฮททริคประวัติศาสตร์กับสเปนที่ฟุตบอลโลก 2018วันที่ 15 มิถุนายน 2018 โรนัลโดแสดงฟอร์มที่สุดยอดในเสื้อทีมชาติโปรตุเกส พบสเปนในนัดเปิดสนามกลุ่มเวทีฟุตบอลโลกรัสเซียโรนัลโดเปิดประตูจากจุดโทษ ตามด้วยประตูที่สองจากจังหวะที่เดวิด เด เกอา ปัดไม่พ้น และในช่วงท้ายเกมเขายิงฟรีคิกอันงดงามเพื่อทำแฮททริค ทำให้โปรตุเกสรอดจากความพ่ายแพ้และมอบความทรงจำระดับ World Cup ให้แฟนบอลนั่นทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นโปรตุเกสคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลกถึงสี่ทัวร์นาเมนต์ และยืนยันตำแหน่งหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของทัวร์นาเมนต์ โปรตุเกสจบที่รอบ 16 ทีมด้วยการแพ้ Uruguayยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019: แชมป์แรกของรายการหลังความสำเร็จในยูโร 2016 โรนัลโดยังคงนำทีมชาติโปรตุเกสสู่ชัยชนะในรายการแรกของ UEFA Nations League ที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพกัปตันโปรตุเกสมีบทบาทสำคัญในรอบรองชนะเลิศกับสวิตเซอร์แลนด์ โดยยิงแฮททริคพาโปรตุเกสคว้าชัย 3-1ในรอบชิงชนะเลิศพบเนเธอร์แลนด์ ที่ Estádio do Dragão ปอร์โต เกเดสซัดประตูเดียวพาทีมชาติคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรก ก่อนที่โรนัลโดจะคว้าแชมป์ระดับใหญ่ใบต่อไปในประวัติศาสตร์ทีมชาติบัลลังก์ดาวซัลโวตลอดกาลมรดกส่วนบุคคลของโรนัลโดลึกซึ้งกว่าถ้วยรางวัล เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลสูงสุดบนสนามทีมชาติ โดยเฉพาะการทำลายสถิติเดิมของ อาลี ดاعي ด้วยการทำ 111 ประตูในแมตช์กับไอร์แลนด์ในเดือนกันยายน 2021โรนัลโดพลาดจุดโทษในช่วงต้นเกมก่อนกลับมาซัดสองประตูในช่วงวินาทีสุดท้าย ทำให้โปรตุเกสคว้าชัยชนะ จากนั้นเขายังคงสะสมประตูจนถึง 146 ประตูจาก 234 นัด ครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลและผู้ลงเล่นทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 2022: น้ำตาอำลาครั้งสุดท้ายโรนัลโดมาถึงฟุตบอลโลกที่กาตาร์ 2022 ด้วยความหวังว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการคว้าแชมป์โลกที่ยังหล่นหายโปรตุเกสผ่านรอบ 16 ทีมด้วยชัยชนะเหนือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ต้องเผชิญโมรอโกในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งยัสสเฟย์ เอน-เนสรี เป็นผู้ตัดสินให้โมรอโกขึ้นนำและคว้าชัยในครึ่งแรก โรนัลโดลงมาในครึ่งหลังเพื่อพยายามช่วยชีวิตทีม แต่ไม่สำเร็จเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังออก โรนัลโดเดินเข้าหลอดทางอุโมงค์ด้วยน้ำตา ถือเป็นหนึ่งในฉากที่สะเทือนใจที่สุดของอาชีพ และยืนยันว่าความฝันระดับโลกยังคงหลบหลีกอยู่ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025: กลับสู่ถ้วยรางวัลหกปีหลังจากแชมป์ครั้งแรกในปี 2019 โรนัลโดนำโปรตุเกสสู่ความสำเร็จอีกครั้งในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 ทีมชาติจัดการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบสเปนในนัดชิง โรนัลโดมีส่วนสำคัญเมื่อยิงประตูจากกลางกรอบเขตโทษให้เสมอ 2-2 ในช่วงที่ 61 นาที ก่อนที่เกมจะไปสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษและการยิงจุดโทษการดวลจุดโทษจบลงที่โปรตุเกสชนะ 5-3 พาพวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สอง ทำให้โรนัลโดยังคงมีส่วนสำคัญกับโพเดียมและตลอดเส้นทางกับทีมชาติไม่จบง่ายดอกแม้วัยจะเพิ่มขึ้นวิกฤตกับจอร์เก้ เจสัส: จุดจบของเส้นทางทีมชาติบทสุดท้ายของเส้นทางทีมชาติโปรตุเกสไม่ได้เกิดจากชัยชนะใหม่ แต่จากความขัดแย้งกับโค้ช จอร์เก้ เจสัสกัปตันทีมพบว่าตัวเองถูกดรอปจากทีมชุดสำคัญในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกกับนอร์เวย์ ซึ่งโปรตุเกสชนะ 2-1 โดยไม่มีเขา และสถานการณ์ยิ่งแย่เมื่อโรนัลโดเดินออกจากแคมป์ทีมชาติด้วยความมั่นใจว่าบทบาทการลงเล่นถูกละเมิดความตึงเครียดดำเนินไปเมื่อทั้งสองฝ่ายออกมาแถลงผ่านสื่อ และในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โรนัลโดประกาศยุติอาชีพทีมชาติหลังรับใช้ประเทศไป 23 ปี ลงเล่น 234 นัด ทำ 146 ประตู และคว้าแชมป์ใหญ่ถึง 3 รายการมรดกของเขายังดำรงอยู่นอกตัวเลขและถ้วยรางวัล เขาได้สัมผัสความฝันของโปรตุเกสตั้งแต่ความเจ็บปวดจนถึงการยกถ้วยรางวัลเมื่อโอกาสมาถึง
กัลโช่เซเรียอาอิตาลี เอซี มิลาน, สคาโรนี: น้ำตาของคาร์ดินาลหลังดาร์บี้? เขาแสดงความหลงใหลแม้สถานการณ์ไม่สู้ดี 05/11/2026
ทีมชาติ คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ 10 โมเมนต์สำคัญของโปรตุเกสในยูโร: บันทึกทำประตูและความทรงจำ 05/11/2026
ตลาดนักเตะ ทำไมการถูกดันไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพจะช่วย มาเตุส มาเน ดาวรุ่งวูล์ฟส์ที่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูฯ สนใจ 05/11/2026
คริสเตียโน่ โรนัลโด: 23 ปีแห่งความรุ่งโรจน์และความเจ็บปวดบนเวทีทีมชาติโปรตุเกส
คริสเตียโน่ โรนัลโด ปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติโปรตุเกส พร้อมบอกเล่า 10 โมเมนต์สำคัญที่หล่อหลอมตำนานนักเตะระดับโลก
การปรากฏตัวครั้งแรก
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2003 คริสเตียโน่ โรนัลโด เปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ ด้วยการประเดิมสนามพบกับคาซัคสถานในการอุ่นเครื่อง ทีมชาติโปตุเกสชนะ 1-0 เขาอายุ 18 ปี ฟอร์มโดดเด่นกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเริ่มต้นอาชีพที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ฟุตบอล
โรนัลโดลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังวันนั้น และหลังจากนั้นโอกาสลงสนามมากขึ้นจนกลายเป็นแกนหลักในทีมชาติ โดยเฉพาะเมื่อยูโร 2004 ใกล้เข้ามาในบ้านเกิด
ไม่มีใครคาดคิดว่าโมเมนต์นี้จะนำไปสู่เส้นทางที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษ เขาเล่นให้ทีมชาติไป 234 นัด และทำ 146 ประตู เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลและผู้ติดธงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ ก่อนประกาศยุติอาชีพกับทีมชาติในเดือนพฤศจิกายน 2026
ยูโร 2004 รอบชิงชนะเลิศ: น้ำตาของกรีซ
ยูโร 2004 เป็นเวทีแรกที่โรนัลโดได้สัมผัสโอกาสสำคัญในเสื้อโปรตุเกสบนเวทีใหญ่ เขาเปิดบัญชีทีมชาติด้วยการพบกับกรีซในการแข่งขันนัดเปิดสนามที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ แต่เจ้าภาพแพ้ 2-1
โปรตุเกสเดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยกรีซมีแผนรุกคุกคาม โปรตุเกสหวังคว้าแชมป์ยูโรในบ้านเกิด แต่สุดท้ายพ่ายให้กรีซที่เข้มแข็งด้วยประตูเดียว
เสียงน้ำตาในนาทีสำคัญของกัปตันทีมเมื่อเสียงนาทีสุดท้ายเงียบลง โรนัลโดไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้ นี่คือหนึ่งในฉากสำคัญที่บอกถึงการเริ่มต้นของอาชีพระหว่างประเทศของเขา เขาใกล้จะคว้าแชมป์กับโปรตุเกสครั้งแรกในชีวิต แต่มันหลุดลอยไปในปี 2004 เขารอถึงปี 2016 เพื่อได้สัมผัสแชมป์ยุโรปครั้งแรก
ฟุตบอลโลก 2006 รอบรองชนะเลิศ: ใกล้ฝันระดับโลก
โรนัลโดเปิดตัวฟุตบอลโลกร่วมกับโปรตุเกสที่เยอรมนี 2006 หลังจากที่กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่สว่างสดใสของฟุตบอลยุโรป เขาทำประตูแรกบนเวทีโลกจากจุดโทษต่ออิหร่านในรอบแบ่งกลุ่มที่ชนะ 2-0
โปรตุเกสเดินหน้าต่อด้วยชัยชนะเหนือฮอลแลนด์ในรอบ 16 ทีม และเอาชนะอังกฤษด้วยการดวลจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศ เพื่อเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี
ความฝันไปไม่ถึงแชมป์เมื่อฝรั่งเศสชนะด้วยประตูจากจุดโทษของซีนัด์ ก่อนที่โปรตุเกสแพ้เยอรมันในแมตช์ชิงอันดับสาม จบที่อันดับสี่ แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการเกิดของดาวหนุ่มที่พร้อมนำประเทศผ่านบทสำคัญในอนาคต
ยูโร 2016: แชมป์แรกของโปรตุเกส
โรนัลโดกลับมาสู่ศึกยูโร 2016 พร้อมกับภาระอันใหญ่ในการนำทีมชาติคว้าแชมป์ เขาเป็นกัปตันและหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของโลก
กลุ่มที่ลำบากยากลำบาก เขาพาโปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์และพบกับเจ้าภาพฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศ
นัดชิงไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อการบาดเจ็บทำให้เขาถูกถอดออกในนาทีที่ 25 และร้องไห้บนม้านั่ง เขายังคงให้กำลังใจทีมและนำพาเพื่อนร่วมทีมสู้ต่อ จน Éder ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้โปรตุเกสคว้าแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แฮททริคประวัติศาสตร์กับสเปนที่ฟุตบอลโลก 2018
วันที่ 15 มิถุนายน 2018 โรนัลโดแสดงฟอร์มที่สุดยอดในเสื้อทีมชาติโปรตุเกส พบสเปนในนัดเปิดสนามกลุ่มเวทีฟุตบอลโลกรัสเซีย
โรนัลโดเปิดประตูจากจุดโทษ ตามด้วยประตูที่สองจากจังหวะที่เดวิด เด เกอา ปัดไม่พ้น และในช่วงท้ายเกมเขายิงฟรีคิกอันงดงามเพื่อทำแฮททริค ทำให้โปรตุเกสรอดจากความพ่ายแพ้และมอบความทรงจำระดับ World Cup ให้แฟนบอล
นั่นทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นโปรตุเกสคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลกถึงสี่ทัวร์นาเมนต์ และยืนยันตำแหน่งหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของทัวร์นาเมนต์ โปรตุเกสจบที่รอบ 16 ทีมด้วยการแพ้ Uruguay
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019: แชมป์แรกของรายการ
หลังความสำเร็จในยูโร 2016 โรนัลโดยังคงนำทีมชาติโปรตุเกสสู่ชัยชนะในรายการแรกของ UEFA Nations League ที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ
กัปตันโปรตุเกสมีบทบาทสำคัญในรอบรองชนะเลิศกับสวิตเซอร์แลนด์ โดยยิงแฮททริคพาโปรตุเกสคว้าชัย 3-1
ในรอบชิงชนะเลิศพบเนเธอร์แลนด์ ที่ Estádio do Dragão ปอร์โต เกเดสซัดประตูเดียวพาทีมชาติคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรก ก่อนที่โรนัลโดจะคว้าแชมป์ระดับใหญ่ใบต่อไปในประวัติศาสตร์ทีมชาติ
บัลลังก์ดาวซัลโวตลอดกาล
มรดกส่วนบุคคลของโรนัลโดลึกซึ้งกว่าถ้วยรางวัล เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลสูงสุดบนสนามทีมชาติ โดยเฉพาะการทำลายสถิติเดิมของ อาลี ดاعي ด้วยการทำ 111 ประตูในแมตช์กับไอร์แลนด์ในเดือนกันยายน 2021
โรนัลโดพลาดจุดโทษในช่วงต้นเกมก่อนกลับมาซัดสองประตูในช่วงวินาทีสุดท้าย ทำให้โปรตุเกสคว้าชัยชนะ จากนั้นเขายังคงสะสมประตูจนถึง 146 ประตูจาก 234 นัด ครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลและผู้ลงเล่นทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ฟุตบอลโลก 2022: น้ำตาอำลาครั้งสุดท้าย
โรนัลโดมาถึงฟุตบอลโลกที่กาตาร์ 2022 ด้วยความหวังว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการคว้าแชมป์โลกที่ยังหล่นหาย
โปรตุเกสผ่านรอบ 16 ทีมด้วยชัยชนะเหนือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ต้องเผชิญโมรอโกในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งยัสสเฟย์ เอน-เนสรี เป็นผู้ตัดสินให้โมรอโกขึ้นนำและคว้าชัยในครึ่งแรก โรนัลโดลงมาในครึ่งหลังเพื่อพยายามช่วยชีวิตทีม แต่ไม่สำเร็จ
เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังออก โรนัลโดเดินเข้าหลอดทางอุโมงค์ด้วยน้ำตา ถือเป็นหนึ่งในฉากที่สะเทือนใจที่สุดของอาชีพ และยืนยันว่าความฝันระดับโลกยังคงหลบหลีกอยู่
ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025: กลับสู่ถ้วยรางวัล
หกปีหลังจากแชมป์ครั้งแรกในปี 2019 โรนัลโดนำโปรตุเกสสู่ความสำเร็จอีกครั้งในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 ทีมชาติจัดการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบสเปน
ในนัดชิง โรนัลโดมีส่วนสำคัญเมื่อยิงประตูจากกลางกรอบเขตโทษให้เสมอ 2-2 ในช่วงที่ 61 นาที ก่อนที่เกมจะไปสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษและการยิงจุดโทษ
การดวลจุดโทษจบลงที่โปรตุเกสชนะ 5-3 พาพวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สอง ทำให้โรนัลโดยังคงมีส่วนสำคัญกับโพเดียมและตลอดเส้นทางกับทีมชาติไม่จบง่ายดอกแม้วัยจะเพิ่มขึ้น
วิกฤตกับจอร์เก้ เจสัส: จุดจบของเส้นทางทีมชาติ
บทสุดท้ายของเส้นทางทีมชาติโปรตุเกสไม่ได้เกิดจากชัยชนะใหม่ แต่จากความขัดแย้งกับโค้ช จอร์เก้ เจสัส
กัปตันทีมพบว่าตัวเองถูกดรอปจากทีมชุดสำคัญในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกกับนอร์เวย์ ซึ่งโปรตุเกสชนะ 2-1 โดยไม่มีเขา และสถานการณ์ยิ่งแย่เมื่อโรนัลโดเดินออกจากแคมป์ทีมชาติด้วยความมั่นใจว่าบทบาทการลงเล่นถูกละเมิด
ความตึงเครียดดำเนินไปเมื่อทั้งสองฝ่ายออกมาแถลงผ่านสื่อ และในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โรนัลโดประกาศยุติอาชีพทีมชาติหลังรับใช้ประเทศไป 23 ปี ลงเล่น 234 นัด ทำ 146 ประตู และคว้าแชมป์ใหญ่ถึง 3 รายการ
มรดกของเขายังดำรงอยู่นอกตัวเลขและถ้วยรางวัล เขาได้สัมผัสความฝันของโปรตุเกสตั้งแต่ความเจ็บปวดจนถึงการยกถ้วยรางวัลเมื่อโอกาสมาถึง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เอซี มิลาน, สคาโรนี: น้ำตาของคาร์ดินาลหลังดาร์บี้? เขาแสดงความหลงใหลแม้สถานการณ์ไม่สู้ดี
ราวกับเงา: โรนัลโด้ละเลยเจสัสในสัปดาห์อำลาทีมชาติ
คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ 10 โมเมนต์สำคัญของโปรตุเกสในยูโร: บันทึกทำประตูและความทรงจำ
ทำไมการถูกดันไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพจะช่วย มาเตุส มาเน ดาวรุ่งวูล์ฟส์ที่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูฯ สนใจ
อัปเดตล่าสุด: