ข่าว คอลัมน์
หน้าแรก / ข่าวฟุตบอล / คริสเตียโน่ โรนัลโด: 23 ปีแห่งความรุ่งโรจน์และความเจ็บปวดบนเวทีทีมชาติโปรตุเกส

คริสเตียโน่ โรนัลโด: 23 ปีแห่งความรุ่งโรจน์และความเจ็บปวดบนเวทีทีมชาติโปรตุเกส

แชร์ไป Facebook
แชร์ไป X

คริสเตียโน่ โรนัลโด ปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติโปรตุเกส พร้อมบอกเล่า 10 โมเมนต์สำคัญที่หล่อหลอมตำนานนักเตะระดับโลก

การปรากฏตัวครั้งแรก

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2003 คริสเตียโน่ โรนัลโด เปิดฉากเส้นทางรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ ด้วยการประเดิมสนามพบกับคาซัคสถานในการอุ่นเครื่อง ทีมชาติโปตุเกสชนะ 1-0 เขาอายุ 18 ปี ฟอร์มโดดเด่นกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเริ่มต้นอาชีพที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ฟุตบอล

โรนัลโดลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังวันนั้น และหลังจากนั้นโอกาสลงสนามมากขึ้นจนกลายเป็นแกนหลักในทีมชาติ โดยเฉพาะเมื่อยูโร 2004 ใกล้เข้ามาในบ้านเกิด

ไม่มีใครคาดคิดว่าโมเมนต์นี้จะนำไปสู่เส้นทางที่ยาวนานกว่าสองทศวรรษ เขาเล่นให้ทีมชาติไป 234 นัด และทำ 146 ประตู เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลและผู้ติดธงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ ก่อนประกาศยุติอาชีพกับทีมชาติในเดือนพฤศจิกายน 2026

ยูโร 2004 รอบชิงชนะเลิศ: น้ำตาของกรีซ

ยูโร 2004 เป็นเวทีแรกที่โรนัลโดได้สัมผัสโอกาสสำคัญในเสื้อโปรตุเกสบนเวทีใหญ่ เขาเปิดบัญชีทีมชาติด้วยการพบกับกรีซในการแข่งขันนัดเปิดสนามที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ แต่เจ้าภาพแพ้ 2-1

โปรตุเกสเดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยกรีซมีแผนรุกคุกคาม โปรตุเกสหวังคว้าแชมป์ยูโรในบ้านเกิด แต่สุดท้ายพ่ายให้กรีซที่เข้มแข็งด้วยประตูเดียว

เสียงน้ำตาในนาทีสำคัญของกัปตันทีมเมื่อเสียงนาทีสุดท้ายเงียบลง โรนัลโดไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้ นี่คือหนึ่งในฉากสำคัญที่บอกถึงการเริ่มต้นของอาชีพระหว่างประเทศของเขา เขาใกล้จะคว้าแชมป์กับโปรตุเกสครั้งแรกในชีวิต แต่มันหลุดลอยไปในปี 2004 เขารอถึงปี 2016 เพื่อได้สัมผัสแชมป์ยุโรปครั้งแรก

ฟุตบอลโลก 2006 รอบรองชนะเลิศ: ใกล้ฝันระดับโลก

โรนัลโดเปิดตัวฟุตบอลโลกร่วมกับโปรตุเกสที่เยอรมนี 2006 หลังจากที่กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่สว่างสดใสของฟุตบอลยุโรป เขาทำประตูแรกบนเวทีโลกจากจุดโทษต่ออิหร่านในรอบแบ่งกลุ่มที่ชนะ 2-0

โปรตุเกสเดินหน้าต่อด้วยชัยชนะเหนือฮอลแลนด์ในรอบ 16 ทีม และเอาชนะอังกฤษด้วยการดวลจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศ เพื่อเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี

ความฝันไปไม่ถึงแชมป์เมื่อฝรั่งเศสชนะด้วยประตูจากจุดโทษของซีนัด์ ก่อนที่โปรตุเกสแพ้เยอรมันในแมตช์ชิงอันดับสาม จบที่อันดับสี่ แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการเกิดของดาวหนุ่มที่พร้อมนำประเทศผ่านบทสำคัญในอนาคต

ยูโร 2016: แชมป์แรกของโปรตุเกส

โรนัลโดกลับมาสู่ศึกยูโร 2016 พร้อมกับภาระอันใหญ่ในการนำทีมชาติคว้าแชมป์ เขาเป็นกัปตันและหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของโลก

กลุ่มที่ลำบากยากลำบาก เขาพาโปรตุเกสผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์และพบกับเจ้าภาพฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศ

นัดชิงไม่เป็นไปตามที่หวังเมื่อการบาดเจ็บทำให้เขาถูกถอดออกในนาทีที่ 25 และร้องไห้บนม้านั่ง เขายังคงให้กำลังใจทีมและนำพาเพื่อนร่วมทีมสู้ต่อ จน Éder ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้โปรตุเกสคว้าแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แฮททริคประวัติศาสตร์กับสเปนที่ฟุตบอลโลก 2018

วันที่ 15 มิถุนายน 2018 โรนัลโดแสดงฟอร์มที่สุดยอดในเสื้อทีมชาติโปรตุเกส พบสเปนในนัดเปิดสนามกลุ่มเวทีฟุตบอลโลกรัสเซีย

โรนัลโดเปิดประตูจากจุดโทษ ตามด้วยประตูที่สองจากจังหวะที่เดวิด เด เกอา ปัดไม่พ้น และในช่วงท้ายเกมเขายิงฟรีคิกอันงดงามเพื่อทำแฮททริค ทำให้โปรตุเกสรอดจากความพ่ายแพ้และมอบความทรงจำระดับ World Cup ให้แฟนบอล

นั่นทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นโปรตุเกสคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลกถึงสี่ทัวร์นาเมนต์ และยืนยันตำแหน่งหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ของทัวร์นาเมนต์ โปรตุเกสจบที่รอบ 16 ทีมด้วยการแพ้ Uruguay

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019: แชมป์แรกของรายการ

หลังความสำเร็จในยูโร 2016 โรนัลโดยังคงนำทีมชาติโปรตุเกสสู่ชัยชนะในรายการแรกของ UEFA Nations League ที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ

กัปตันโปรตุเกสมีบทบาทสำคัญในรอบรองชนะเลิศกับสวิตเซอร์แลนด์ โดยยิงแฮททริคพาโปรตุเกสคว้าชัย 3-1

ในรอบชิงชนะเลิศพบเนเธอร์แลนด์ ที่ Estádio do Dragão ปอร์โต เกเดสซัดประตูเดียวพาทีมชาติคว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรก ก่อนที่โรนัลโดจะคว้าแชมป์ระดับใหญ่ใบต่อไปในประวัติศาสตร์ทีมชาติ

บัลลังก์ดาวซัลโวตลอดกาล

มรดกส่วนบุคคลของโรนัลโดลึกซึ้งกว่าถ้วยรางวัล เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลสูงสุดบนสนามทีมชาติ โดยเฉพาะการทำลายสถิติเดิมของ อาลี ดاعي ด้วยการทำ 111 ประตูในแมตช์กับไอร์แลนด์ในเดือนกันยายน 2021

โรนัลโดพลาดจุดโทษในช่วงต้นเกมก่อนกลับมาซัดสองประตูในช่วงวินาทีสุดท้าย ทำให้โปรตุเกสคว้าชัยชนะ จากนั้นเขายังคงสะสมประตูจนถึง 146 ประตูจาก 234 นัด ครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลและผู้ลงเล่นทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ฟุตบอลโลก 2022: น้ำตาอำลาครั้งสุดท้าย

โรนัลโดมาถึงฟุตบอลโลกที่กาตาร์ 2022 ด้วยความหวังว่านี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการคว้าแชมป์โลกที่ยังหล่นหาย

โปรตุเกสผ่านรอบ 16 ทีมด้วยชัยชนะเหนือสวิตเซอร์แลนด์ แต่ต้องเผชิญโมรอโกในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งยัสสเฟย์ เอน-เนสรี เป็นผู้ตัดสินให้โมรอโกขึ้นนำและคว้าชัยในครึ่งแรก โรนัลโดลงมาในครึ่งหลังเพื่อพยายามช่วยชีวิตทีม แต่ไม่สำเร็จ

เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังออก โรนัลโดเดินเข้าหลอดทางอุโมงค์ด้วยน้ำตา ถือเป็นหนึ่งในฉากที่สะเทือนใจที่สุดของอาชีพ และยืนยันว่าความฝันระดับโลกยังคงหลบหลีกอยู่

ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025: กลับสู่ถ้วยรางวัล

หกปีหลังจากแชมป์ครั้งแรกในปี 2019 โรนัลโดนำโปรตุเกสสู่ความสำเร็จอีกครั้งในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 ทีมชาติจัดการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศพบสเปน

ในนัดชิง โรนัลโดมีส่วนสำคัญเมื่อยิงประตูจากกลางกรอบเขตโทษให้เสมอ 2-2 ในช่วงที่ 61 นาที ก่อนที่เกมจะไปสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษและการยิงจุดโทษ

การดวลจุดโทษจบลงที่โปรตุเกสชนะ 5-3 พาพวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สอง ทำให้โรนัลโดยังคงมีส่วนสำคัญกับโพเดียมและตลอดเส้นทางกับทีมชาติไม่จบง่ายดอกแม้วัยจะเพิ่มขึ้น

วิกฤตกับจอร์เก้ เจสัส: จุดจบของเส้นทางทีมชาติ

บทสุดท้ายของเส้นทางทีมชาติโปรตุเกสไม่ได้เกิดจากชัยชนะใหม่ แต่จากความขัดแย้งกับโค้ช จอร์เก้ เจสัส

กัปตันทีมพบว่าตัวเองถูกดรอปจากทีมชุดสำคัญในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกกับนอร์เวย์ ซึ่งโปรตุเกสชนะ 2-1 โดยไม่มีเขา และสถานการณ์ยิ่งแย่เมื่อโรนัลโดเดินออกจากแคมป์ทีมชาติด้วยความมั่นใจว่าบทบาทการลงเล่นถูกละเมิด

ความตึงเครียดดำเนินไปเมื่อทั้งสองฝ่ายออกมาแถลงผ่านสื่อ และในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 โรนัลโดประกาศยุติอาชีพทีมชาติหลังรับใช้ประเทศไป 23 ปี ลงเล่น 234 นัด ทำ 146 ประตู และคว้าแชมป์ใหญ่ถึง 3 รายการ

มรดกของเขายังดำรงอยู่นอกตัวเลขและถ้วยรางวัล เขาได้สัมผัสความฝันของโปรตุเกสตั้งแต่ความเจ็บปวดจนถึงการยกถ้วยรางวัลเมื่อโอกาสมาถึง

ข่าวล่าสุด