ข่าว คอลัมน์
หน้าแรก / ข่าวฟุตบอล / ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บด ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บด ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

แชร์ไป Facebook
แชร์ไป X

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เก็บชัยเหนือ ลิเวอร์พูล ด้วยประตูเดียว กุมความได้เปรียบก่อนลงสนามนัดสองที่แอนฟิลด์ ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศ

เริ่มต้นแข็งแกร่งขึ้นนำเร็ว กำหนดจังหวะเกม

ปารีส แซงต์ แชร์กแมงเริ่มเกมได้อย่างร้อนแรง โดยอูสมาน เดมเบเล่ และขวิชา ควารัตสเคเลีย ทำเกมรุกต่อเนื่องทุกจังหวะ ทดสอบความอดทนของลิเวอร์พูลตั้งแต่นาทีแรก

นาทีที่ 11 ความกดดันบรรลุผล ปารีสได้ประตูขึ้นนำจากเดซิร์ ดูเอ เดมเบเล่เปิดบอลจากด้านซ้าย ดูเอวิ่งชิดเข้าเขตโทษและพุ่งยิงด้วยลูกโค้งไปชนไรอัน กราเวนเบิร์ชก่อนหมุนเข้าเสาสุดไกล

ลิเวอร์พูลตอบโต้ด้วยการบุกทางฝั่งขวา โดยเฟริมป์งครอสต่ำไปยังจุดโทษ แต่นูนโ เมนเดสอ่านเกมและตัดบอลได้อย่างเด็ดขาด

นาทีที่ 20 โดมินิค ซบอสโลลายปั่นฟรีคิกอันตรายไปยังเสาสุดไกล ทว่ามัตเวย์ ซาโวโนฟ์เซฟได้อย่างเฉียบคม ช่วยให้ลิเวอร์พูลรอดพ้น

การเล่นของลิเวอร์พูลดีขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป และพวกเขาเริ่มครองพื้นที่ระหว่างแนวรับของปารีส บีบให้เจ้าบ้านต้องตั้งรับลึก แม้จะมีพื้นที่มากขึ้น ผู้มาเยือนยังไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์ที่ชัดเจนก่อนพักครึ่ง ทำให้เจ้าบ้านพอใจที่มีประตูนำอยู่เพียงลูกเดียวอย่างสมเหตุสมผล

ความพยายามของทีมฝรั่งเศสในแมตช์นี้และการขาดหายของทีมอังกฤษ

ในชุดแมตช์ระหว่างทีมชาติรอบล่าสุด สโมสรฝรั่งเศสแสดงความทะเยอทะยานอย่างจริงจังและบุกขึ้นไปหลายครั้ง ในขณะที่ทีมอังกฤษกลับหายไปจากสนามอย่างเห็นได้ชัด

แนวทางของฝรั่งเศสถูกกำหนดด้วยแท็คติกที่กล้า การเคลื่อนไหวของบอลที่รวดเร็ว และความมุ่งมั่นที่จะครองบอล โค้ชได้ศึกษาคู่แข่งอย่างชัดเจนและเตรียมผู้เล่นมาอย่างดี ทำให้เกิดความมั่นใจที่สะท้อนในการเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมาย

ตรงกันข้าม ทีมอังกฤษดูระมัดระวังบ่อยครั้งถอยลงสู่แนวรับลึก และมีปัญหาในการรักษาความกดดันต่อเจ้าบ้าน

หลายปัจจัยอธิบายความต่างนี้ ประการแรก ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทำให้ผู้เล่นมีความคมชัดและความสอดคล้องทางแท็กติก ส่วนสโมสรอังกฤษที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลยังดูรั่วและไม่มีจังหวะ

โอกาสพลาดในค่ำคืนนี้กับบทเรียนของทั้งสองทีม

ในครึ่งหลังปารีสขึ้นเกมกดดันสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ลิเวอร์พูลตอบโต้ทันทีในนาทีที่ 48 บอลพุ่งไปถึงอิคิติเกทางฝั่งขวา และลูกยิงพลังมหาศาลของเขาดูจะเข้าเป้า แต่มุ่งตรงไปติดเซฟของผู้รักษาประตู

ปารีสถอยกลับมาสู่กรอบเขตตัวเองเพื่อรับมือกับการกลับมาของคู่แข่ง ขณะที่นูโน่ ปืนโตเมนเดสควบบอลด้วยการบุกขึ้นไปและครอสออกไปในจังหวะต่อมา

สองนาทีก่อนหมดเวลาครึ่งแรก เดมเบเล่มีโอกาสทองเมื่อได้บอลในกรอบเขตโทษจากการผ่านที่ยอดเยี่ยม แต่เขายิงไปติดขาขานานและข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

ข่าวล่าสุด