ฤดูกาลที่แล้วทีมถูกมองว่าเน้นสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งต้องออกแรงยาก แต่พวกเขากลับมาเปิดเผยในรูปแบบที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือมากขึ้น ตาม BBC Sport
ผลงานยืนยันด้วยการถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ใน Community Shield จากนั้นชนะ Coventry, Aston Villa, Chelsea และ Sunderland พร้อมกับชนะ Napoli ในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก
อาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขยับนำชัดเจน แต่ภาพรวมของบรรดาทีมตามหลังดูไม่สู้ดีนัก บรรดาบริษัทร่วมเดิมพันมีการจัดอันดับ Chelsea, Liverpool และ Manchester United ตามลำดับ โดย Tottenham ตามหลังห่างออกไป
การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่ก่อนเปิดฤดูกาล Chelsea และ Liverpool ปลดผู้จัดการทีม แล้วแต่งตั้งชาบี อลอนโซ และอันโดนี ไรออลา ตามลำดับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
มุ่งสู่ตำแหน่งจ่าฝูงตั้งแต่ต้นฤดูกาล: อาร์เซน่อลกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้นำพรีเมียร์ลีก
จ่าฝูงตอนนี้ดูดีสำหรับอาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทว่า ประวัติศาสตร์เตือนว่าการลุ้นแชมป์ยังไม่ตัดสินจากช่วงต้นฤดูกาลนี้
อาร์เซน่อล: ผู้ท้าชิงแชมป์ที่เปิดตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นฤดูกาล
อาร์เซน่อลเริ่มต้นฤดูกาลในฐานะแชมป์เก่าและเป็นคู่แข่งที่มีโอกาสสูงสุดในการรักษาถ้วย หลังจากที่สโมสรเพิ่งยุติการรอคอยถ้วยรางวัลนาน 22 ปีภายใต้มิเกล อาร์เตตา
ฤดูกาลที่แล้วทีมถูกมองว่าเน้นสไตล์การเล่นที่ทำให้คู่แข่งต้องออกแรงยาก แต่พวกเขากลับมาเปิดเผยในรูปแบบที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือมากขึ้น ตาม BBC Sport
ผลงานยืนยันด้วยการถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ใน Community Shield จากนั้นชนะ Coventry, Aston Villa, Chelsea และ Sunderland พร้อมกับชนะ Napoli ในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก
นอกจากนี้ ผลงานฤดูกาลที่แล้วทำให้อาร์เซน่อลชนะต่อเนื่องในพรีเมียร์ลีกถึง 9 นัด ความพ่ายแพ้ล่าสุดในทุกรายการในเวลาปกติของพวกเขาคือการแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 19 เมษายน
ตัวเลขดังกล่าวมอบความได้เปรียบทางจิตใจและเทคนิคให้กับอาร์เซน่อล พวกเขาไม่เพียงแต่สะสมคะแนน แต่ยังมีความสามารถในการรักษาชัยชนะและรับมือกับทุกสถานการณ์
เอ็นโซ มาเรสก้า นำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างสถิติไร้พ่าย
สถานการณ์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ดูท้าทายขึ้น หลังการอำลาของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้พาเมืองนี้คว้าแชมป์ถึง 6 รายการในทศวรรษที่ผ่านมา รวมถึงความสำเร็จแบบเทรเบิล
เอ็นโซ มาเรสก้า อดีตผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลา ได้รับตำแหน่งและนำทีมชนะลีกสี่นัดติดหลังแพ้อาร์เซน่อลในคาร์ดิฟฟ์
ซิตี้เอาชนะ Bournemouth, Crystal Palace และ Coventry ต่อด้วยการชนะ Porto ในยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก ก่อนเฉือนแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้กับแมนฯ ยูไนเต็ด 1-0
ประตูของเออร์ลิง ฮาแลนด์เป็นประตูเดียวที่ออกสตาร์ท แต่ภายหลังคณะกรรมการผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกยอมรับความผิดในการไม่ตรวจสอบล้ำหน้า ทำให้ประตูควรถูกริบ
ถึงแม้เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น แต่ฟอร์มในลีกของมาเรสก้ายังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังคงสามารถแข่งขันได้แม้มีการเปลี่ยนแปลงบนม้านั่งบังเหียน
จ่าฝูงไม่ใช่ความเหนือชั้นทั้งหมด
นี่คือปริศนาที่น่าสนใจ: การเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบของอาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าพวกเขาจะเป็นผู้ครองความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทั้งหมดเมื่อดูจากสถิติรายละเอียด
BBC Sport รายงานว่า Brighton ทำได้ 13 ประตู และ Chelsea 10 ประตู ในขณะที่อาร์เซน่อลกับแมนฯ ซิตี้ทำได้ 8 ประตูเท่ากัน
ดูจากจำนวนช็อตและการครองบอลในกรอบเขตโทษ อาร์เซน่อลอยู่ในอันดับที่ 10 และแมนฯ ซิตี้ในอันดับที่ 11 ทั้งคู่มีการแตะบอลในกรอบเขตโทษของฝ่ายตรงข้ามน้อยกว่าที่คาด
ด้านรับ ทั้งสองทีมมีสถิติที่คงเสถียร โดยอาร์เซน่อลเสียเพียง 1 ประตูและแมนฯ ซิตี้เสีย 2 ประตู ถือว่าเป็นหนึ่งในแนวรับที่ดีที่สุดของลีกในขณะนี้
นี่คือจุดแข็งสำคัญ เพราะถึงแม้แนวรุกอาจไม่ถึงกับโดดเด่น แต่ความสามารถในการกันไม่ให้คู่แข่งทำประตูช่วยให้พวกเขาเก็บคะแนนต่อเนื่อง
เบื้องหลังคู่หัวตารางมีอะไรบ้าง
อาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขยับนำชัดเจน แต่ภาพรวมของบรรดาทีมตามหลังดูไม่สู้ดีนัก บรรดาบริษัทร่วมเดิมพันมีการจัดอันดับ Chelsea, Liverpool และ Manchester United ตามลำดับ โดย Tottenham ตามหลังห่างออกไป
การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่ก่อนเปิดฤดูกาล Chelsea และ Liverpool ปลดผู้จัดการทีม แล้วแต่งตั้งชาบี อลอนโซ และอันโดนี ไรออลา ตามลำดับช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
แมนฯ ยูไนเต็ด และท็อตแน่มได้ดำเนินการเปลี่ยนกุนซือไปก่อนหน้านั้น ในปี 2026 โดย Michael Carrick และ โรเบร์โต้ เด เซร์บีเข้าคุมทีมใหม่ในช่วงปรีซีซัน การดูตารางฤดูกาลที่แล้วชี้ให้เห็นว่าแม่งานมีงานต้องทำมาก
Chelsea จบที่อันดับ 10 Liverpool รองแชมป์เก่าจบที่ 5 และ Tottenham จบที่ 17 ในขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ดจบที่ 3 ภายใต้การคุมของ Carrick แต่การเริ่มต้นฤดูกาลปัจจุบันยังไม่ตอบโจทย์ความหวัง
Chelsea: เกมรุกแข็งแกร่ง แต่เกมรับยังเป็นห่วง
Chelsea ขึ้นมารั้งอันดับที่ 6 แพ้ไปเพียงครั้งเดียว และทำได้ 10 ประตู ถือว่ามีสัญญาณรุกที่ดี แต่ปัญหายังอยู่ที่แนวรับ พวกเขาเสียไป 9 ประตู ซึ่งเป็นสถิติรับที่ไม่ดีนักในลีก
ยิ่งน่ากังวลคือพวกเขายอมรับสองประตูขึ้นไปในแต่ละนัด 4 นัดแรก นี่ไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ฤดูกาล 2015-2016
ทว่าแนวรุกยังมีศักยภาพพร้อมผลักดันไปข้างหน้า หากยังแก้ไขแนวรับได้อย่างเร่งด่วน การลุ้นแชมป์กับอาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ยังอยู่ไกล้
Liverpool: เสมอหลายเกมทำให้เริ่มต้นไม่ราบรื่น
ลิเวอร์พูล แชมป์เก่ารั้งอันดับที่ 8 พวกเขาไม่แพ้ใครใน 4 นัดแรก แต่มีการเสมอถึง 3 นัด ทำให้เก็บได้เพียง 6 คะแนน
นี่เป็นครั้งที่สามในรอบ 63 ฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลไม่ชนะในการเปิดบ้านทั้งสองเกมเปิดสนาม
การกลับมาสู่การลุ้นแชมป์ยังเป็นไปได้ หากพวกเขาหยุดการเสียคะแนน โดยเฉพาะเมื่ออาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้เริ่มต้นอย่างสมบูรณ์
Manchester United: ตัวเลขรุกสูงแต่ผลงานไม่เข้าเป้า
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรั้งอันดับที่ 13 ด้วยคะแนน 4 แต้ม ซึ่งเป็นการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-1993
แต่ตัวเลขบอกเรื่องราวที่ต่างออกไป: ยูไนเต็ดมีโอกาสยิง 84 ครั้ง มากที่สุดในลีก และถูกยิงใส่เพียง 41 ครั้ง ทำให้เป็นหนึ่งในทีมที่ถูกโจมตีในระดับต่ำ
ปัญหาคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อถึงเวลากดดัน พวกเขายอมรับ 7 ประตูและยิงได้ 7 ประตู ซึ่งชี้ว่าการครองบอลและความพยายามไม่เปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการ
สเปอร์ส: เปิดฤดูกาลรุกที่เลวร้ายที่สุดของสโมสร
ท็อตแน่มไม่มีสิทธิ์เรียกร้องการลุ้นแชมป์ตั้งแต่ต้น หลังจากจบฤดูกาลที่แล้วในอันดับที่ 17 ติดต่อกันสองฤดูกาล
แม้จะมีความหวังจากช่วงปรีซีซันภายใต้ โรแบร์โต้ เด เซร์บี แต่ความจริงคือพวกเขายังอยู่ในอันดับที่ 17 เหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา
น่ากังวลยิ่งขึ้นคือพวกเขายังไม่สามารถทำประตูได้ใน 4 นัดแรก ซึ่งเป็นสถิติแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
การสร้างทีมใหม่ของเด เซร์บีดูจะท้าทายกว่าที่คาดการณ์ไว้
ประวัติศาสตร์บอกอะไรเกี่ยวกับการลุ้นแชมป์?
สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ อาร์เซน่อล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เปรียบ แต่ประวัติศาสตร์เตือนว่าอย่าพึ่งสรุปตั้งแต่เดือนกันยายน เพราะตั้งแต่มีลีกสูงสุดของอังกฤษเปิดฉากขึ้นมา 80 ทีมที่ชนะ4 เกมแรกมีเพียง 24 ทีมที่คว้าแชมป์
ในยุคพรีเมียร์ลีก เพียง 9 ใน 28 ทีมที่ชนะ 4 นัดแรกเท่านั้นที่คว้าแชมป์ โดย City เพิ่งคว้าแชมป์ล่าสุดในฤดูกาล 2023-2024
มีเพียง 6 ฤดูกาลที่มีสองทีมที่ชนะรวดทั้งสี่นัดแรก และนำจ่าฝูงร่วมกันถือเป็นเรื่องที่หายากมาก
ประวัติศาสตร์ไม่ใจดีต่อลูกทีมที่ตามหลังตั้งแต่เริ่มต้น มีเพียงสองทีมที่คว้าแชมป์หลังตามหลังจ่าฝูงด้วยห่างห้าคะแนนขึ้นไปหลังผ่านสี่นัด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำได้ถึงห้าครั้งภายใต้การคุมทีมของ Sir Alex Ferguson (1992-93, 1996-97, 1998-99, 2007-08 และ 2008-09) ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ภายใต้ Pep Guardiola เคยพลิกสถานการณ์คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2020-2021
ทั้งหมดนี้ไม่หมายความว่าการลุ้นแชมป์ถูกตัดสินในเดือนกันยายน แต่ BBC Sport ระบุว่าการเสียห้าคะแนนให้กับจ่าฝูงหลังสี่นัดเป็นสัญญาณที่ไม่น่า comfort
ดังนั้นการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกยังไม่ถูกจำกัดให้เป็นการต่อสู้ระหว่างสองทีมในขณะนี้ ฤดูกาลยังยาวนาน อาการบาดเจ็บ โปรแกรมเตะถี่ และฟอร์มที่อาจพลิกผันทั้งหมดอาจเปลี่ยนภาพได้ ขณะนี้สัญญาณชัดเจนไปในทาง อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทั้งคู่สะสมคะแนนเต็ม 12 จาก 12 และป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่คู่แข่งโดยตรงส่วนใหญ่ยังมีปัญหาทั้งฟอร์ม ผลงานแนวรับ หรือแนวรุก คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ 'การลุ้นแชมป์จำกัดอยู่ที่อาร์เซน่อลกับแมนฯ ซิตี้หรือไม่' แต่คือ 'ทีมที่ตามหลังจะตื่นขึ้นมาก่อนช่องว่างกลายเป็นช่องว่างที่ปิดยากได้หรือไม่'
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
โรมา พบ อินเตอร์ ในศึกหัวตาราง เซเรีย อา หลังไม่แพ้ใครเปิดหัวฤดูกาล
สโคลส์ตั้งข้อสงสัยศักยภาพเซนน์ ลามเมนส์ในการพาแมนยูลุ้นแชมป์
โรแบร์โต้ เด เซร์ซี่ หนุน โดมินิค ซอลังก์ ปลดล็อกฟอร์มยิงในแมทสำคัญกับ ลิเวอร์พูล
เผยเหตุผลที่ โรดรี ถูกมองข้ามตำแหน่งกัปตันบาร์เซโลนา ขณะที่ ลามีน ยามาล ก้าวเข้าสู่กลุ่มผู้นำ
อัปเดตล่าสุด: