ข่าว คอลัมน์
หน้าแรก / ข่าวฟุตบอล / ลิเวอร์พูลคว้าบาร์โคลาด้วยค่าตัว 120 ล้านปอนด์ GOAL ประเมินดีลใหญ่ซัมเมอร์ 2026

ลิเวอร์พูลคว้าบาร์โคลาด้วยค่าตัว 120 ล้านปอนด์ GOAL ประเมินดีลใหญ่ซัมเมอร์ 2026

แชร์ไป Facebook
แชร์ไป X

ตลาดซื้อขายซัมเมอร์ 2026 ยังคึกคักสุดๆ เมื่อเบรดลีย์ บาร์โคลา ย้ายจากปารีสฯ มาลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 120 ล้านปอนด์ พร้อมประเด็นเด่นของดีลอื่นๆ ที่กระทบวงการฟุตบอลยุโรป

27 สิงหาคม: เบรดลีย์ บาร์โคลา ย้ายจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาร่วมลิเวอร์พูล (ค่าตัว 120 ล้านปอนด์)

เบรดลีย์ บาร์โคลา วัย 23 ปี ย้ายจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาร่วมทัพลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวราว 120 ล้านปอนด์ หลังจากที่ PSG ปรับแผนและผู้เล่นต้องการบทบาทที่ชัดเจนมากขึ้น บาร์โคลาเคยสร้างผลงานให้กับ PSG ด้วยการลงเล่นหลายตำแหน่ง แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้เสมอไป การย้ายครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ลิเวอร์พูลมองเห็นเพื่อเติมความสอดคล้องในแนวรุกภายใต้การคุมทีมของอันโดนี ไอราโอล่า

สำหรับลิเวอร์พูล บาร์โคลาเป็นผู้เล่นที่มีประวัติทำประตูและแอสซิสต์ให้กับ PSG สูงพอสมควร โดยลงสนามให้ทีมไปแล้วหลายร้อยนาที และมีความสามารถเล่นทั้งทางซ้ายและขวา ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการเล่นที่เน้นความเข้มข้นและบุกกดดันสูงของไอราโอล่า อย่างไรก็ตามค่าตัวที่สูงมากก็มีความกังวลเรื่องการปรับตัวในพรีเมียร์ลีกที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเข้มข้น

PSG มองว่าการขายครั้งนี้ช่วยสร้างสถานะในการเจรจากับนักเตะคนอื่นในอนาคต และยังเสริมความมั่นใจในการเจรจากับผู้เล่นสำคัญคนอื่นๆ ในขณะนี้

27 สิงหาคม: Omar Marmoush ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยสัญญายืม

สำหรับแมนซิตี้ การปล่อย Marmoush ออกไปถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในแนวรุกที่มี Erling Haaland ได้ถูกลดบทบาทลงก่อนการย้ายถาวรในอนาคต Marmoush มีโอกาสลงสนามไม่มากและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในฤดูกาลที่แล้ว

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์จะจ่ายค่าตัวสัญญายืมไปจนถึงฤดูกาลหน้า โดยมีข้อตกลงซื้อขาดสูงสุดถึง 60 ล้านปอนด์หากสโมสรวางแผนใช้งานระยะยาว Marmoush จะได้โอกาสพิสูจน์ความสามารถในการเป็นกองหน้าตัวจริงที่นาร์ท ลอนดอนเหนืออาจต้องการหลังจาก Kane ย้ายออกไป

การย้ายครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่สเปอร์สทุ่มงบสูงในช่วงซัมเมอร์ โดยมองว่าสามารถเติมเต็มพื้นที่หน้าเป้าที่เคยมีปัญหามาก่อน

27 สิงหาคม: Liam Delap ย้ายจาก Chelsea ไป Nottingham Forest ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์

เชลซีปล่อย Delap ออกไปด้วยมูลค่ากว่า 50 ล้านปอนด์ โดยมีส่วนแบ่งกำไรที่ต้องส่งกลับให้ Ipswich Town ตามเงื่อนไข sell-on clause ที่อยู่ในข้อตกลงเดิม Delap วัย 23 ปีไม่ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องภายใต้ระบบของผู้จัดการทีมคนก่อน และอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เชลซีตัดสินใจขายในเวลานี้

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์มอง Delap เป็นกำลังหลักในการเสริมแดนหน้าถึงระดับที่จะช่วยทีมกลับมามีความมั่นคงในพรีเมียร์ลีก โดย Delap จะมาพร้อมพลังงานและศักยภาพในการเป็นหัวหอกตัวจริงของทีมภายใต้การนำของ Oliver Glasner

การย้ายครั้งนี้เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของฟอเรสต์ในตลาดซัมเมอร์ และอาจมีผลกระทบต่อแนวทางการเสริมทัพในช่วงเวลาที่เหลือของตลาด

26 สิงหาคม: Nico González ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปนิวคาสเซิล 52 ล้านปอนด์

สำหรับแมนซิตี้ การขาย Nico González เพื่อระดมทุนกลับไปสู่การเซ็นสัญญากับผู้เล่นใหม่ โดย González เป็นนักเตMiddle เก่งที่ City's engine room แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในระยะยาว และเป็นผู้เล่นคนที่สี่ที่ออกจากทีมในตลาดครั้งนี้ City ตกลงปล่อยตัวเพื่อเตรียมเงินให้กับแผนการเสริมทีมอื่นๆ

นิวคาสเซิล บวก González เข้ามาเพื่อเติมแดนกลางที่ขาดหายไป หลังจากการเสีย Bruno Guimaraes และ Sandro Tonali และคาดว่าเขาจะมาทำหน้าที่ควบคุมเกมในแดนลึก พร้อมช่วยพัฒนา Sean Steur ที่ปัจจุบันวัยเพียง 18 ปี โดยรวมเป็นการเซ็นสัญญาที่คาดว่าจะช่วยให้ทัพสิงห์ทอฟฟี่กลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น

26 สิงหาคม: Ayyoub Bouaddi ย้ายจาก Lille ไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 86 ล้านปอนด์

ลิลล์เก็บเกี่ยวผลตอบแทนอันมหาศาลจาก Bouaddi วัย 18 ปีที่ย้ายมาร่วมทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยค่าตัวถึง 86 ล้านปอนด์ Bouaddi ถูกมองว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่มีอนาคตไกลและถูกเลือกแทน Rodri ในระยะยาว

สำหรับซิตี้ การเซ็น Bouaddi ถือเป็นการดึงผู้เล่นระดับโลกที่อายุยังน้อยมาสานต่อความสำเร็จของสโมสร โดยยืนยันว่าบุคคลนี้มีศักยภาพล้นเหลือ แต่การก้าวขึ้นมาแทน Rodri ในพรีเมียร์ลีกที่มีความเข้มข้นสูงต้องใช้เวลาและการพัฒนาระบบของ Enzo Maresca อย่างมาก

25 สิงหาคม: Carlos Baleba ย้ายจาก Brighton ไป Manchester United ด้วยค่าตัว 70 ล้านปอนด์

Brighton ทำกำไรจาก Baleba อย่างมาก หลังจากซื้อมาเพียง £23 ล้านเมื่อสามปีที่แล้ว และตอนนี้สามารถขายพร้อมกำไรที่สูงมากให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด Baleba วัย 22 ปี เป็นมิดฟิลด์ผู้มาพร้อมพละกำลังและแรงขับที่ตรงตามการป้องกัน-รุกของกองกลางในยุคปัจจุบัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมอง Baleba เป็นการเติมพลังในแดนกลางที่ขาดหายไปหลังการย้ายของ Casemiro รวมถึงมองว่า Baleba จะเป็นผู้เล่นหลักในการขับเคลื่อนเกมและเป็นทรัพยากรระยะยาวของสโมสร อย่างไรก็ตามเขาจะต้องปรับตัวหลังจากอาการบาดเจ็บในช่วงปรีซีซั่นและต้องพิสูจน์ตัวเองให้เร็วที่สุด

25 สิงหาคม: Savinho ย้ายจาก Manchester City ไป Tottenham Hotspur ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์

Savinho ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ด้วยค่าตัวรวม 85 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดของตลาดซัมเมอร์นี้ City มองว่าเป็นการขายที่สูงเกินไปสำหรับผู้เล่นวัย 22 ปี แม้จะยังมีโอกาสพัฒนาและสามารถกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกได้ที่สนามท็อตแน่ม

สำหรับสเปอร์ส การเซ็น Savinho เป็นการเสริมความเฉียบคมในเกมรุกที่มักถูกตั้งคำถามถึงในยุคของ Roberto De Zerbi โดยคาดว่าเขาจะต้องปรับตัวให้เข้ากับลีกสูงสุดของอังกฤษ และต้องพิสูจน์คุณค่าของค่าตัวที่สูงมากนี้

16 สิงหาคม: Rodri ย้ายจาก Manchester City ไป Barcelona 75 ล้านยูโร

City ต้องเผชิญกับการเสียกองกลางคนสำคัญอย่าง Rodri ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเกมรับ-รุกของทีม รวมถึงสถิติการชนะที่สูงเมื่อเขาคุมแดนกลาง บทบาทของ Rodri ในทีม Metropolitan และทีมชาติเบลเยียมถูกยกย่องว่าเป็นผู้ชนะฟุตบอลโลก

บาร์เซโลนาแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเสริมความมั่นคงในแดนกลางให้กับทีมและประคับประคองระบบ Johan Flick โดย Rodri คาดว่าจะเข้ากับแผนการเล่นที่ Camp Nou ได้อย่างรวดเร็ว และอาจกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการลุ้นแชมป์ทั้งในลีกและถ้วยยุโรปในอนาคต

ข่าวล่าสุด