เส้นทางของลิโอเนล เมสซี่ กับอาร์เจนตินาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นี่คือ 10 โมเมนต์สำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเขาการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกลิโอเนล เมสซี่ลงสนามฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในการแข่งขันระหว่างอาร์เจนตินากับเซอร์เบียและมอนเตเนโกร ในฟุตบอลโลก 2006เขาได้ลงเล่นในนาทีที่ 74 ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาเปิดบอลให้เฮร์นาน เครสโป แล้วก็ทำประตูของตัวเองให้อาร์เจนตินาเป็นประตูที่หก ทำให้เขาเป็นดาวรุ่งอาร์เจนตินาคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลกในอายุ 18 ปี 358 วันอาร์เจนติน่าชนะไป 6-0 และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเหรียญทองโอลิมปิกที่ปักกิ่ง 2008เมสซี่เกือบพลาดร่วมทัวร์นาเมนต์โอลิมปิกที่ปักกิ่งปี 2008 เนื่องจากบาร์เซโลนาพยายามห้ามเขาเดินทางเปป กวาร์ดิโอลา ผู้คุมทีมในเวลานั้นเปลี่ยนสถานการณ์ ช่วยเปิดทางให้เมสซี่ร่วมทีมโอลิมิก ซึ่งประกอบด้วย เซร์จิโอ อากูเอโร, ฮวน โรมน ริเกลเม, และอังเกล ดิ มาเรียในรอบชิงชนะเลิศกับไนจีเรีย เมสซี่จ่ายบอลให้ ดิ มาเรีย ซัดประตูชัยพาอาร์เจนตินาคว้าเหรียญทองบัลลงดอร์ฟุตบอลโลก 2014อาร์เจนติน่าต้องการช่วงเวทมนตร์ของเมสซี่ในฟุตบอลโลก 2014เกมที่จบลงด้วยการเสมอแบบไร้สกอร์จนถึงนาที 91 เมสซี่คว้าบอล เลี้ยงเข้ามุมจากด้านนอกกรอบแล้วซัดเข้าไป ส่งอาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เมสซี่ทำประตูได้ 4 ลูกและถูกเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ในสี่แมตช์ติดต่อกัน ก่อนที่อาร์เจนติน่าจะไปถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี แม้จะพ่ายเยอรมนี แต่เมสซี่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ประจำทัวร์นาเมนต์ทำลายสถิติตลอดกาลด้วยประตูให้ทีมชาตินับเป็นการทำลายสถิติสังกัดอาร์เจนตินา สำหรับดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลที่ 56 ประตูของกาเบรียล บาติสตูตาเมสซี่ยิงฟรีคิกสุดสวยเข้าไปในมุมบนเหนือผู้รักษาประตูBrad Guzan ในศึก Copa Américaตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา เมสซี่ยิงเพิ่มอีก 71 ประตู ทำให้จำนวนประตูรวมของเขาอยู่ที่ 127 ประตู ซึ่งทำให้บาติสตูตาอยู่อันดับสองตลอดกาลช่วยให้อาร์เจนตินารอดฟุตบอลโลก 2018ในการคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 อาร์เจนติน่าหวั่นไหวว่าจะพลาดทัวร์นาเมนต์เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปีหากทีมเอาชนะเอกวาดอร์ที่กีโตได้ พวกเขาก็จะการันตีที่ไปฟุตบอลโลก แต่เจ้าภาพพีระผูกใจยิงประตูในนาทีที่ 30 ก่อนเมสซี่ตอบสนองด้วยแฮตทริคที่พลิกสถานการณ์ พาอาร์เจนตินาไปสัมผัสบอลโลกที่รัสเซียในปี 2018ยุติคำสาปบราซิลและคว้าแชมป์ Copa Américaนัดชิง Copa América 2021 ที่สนามมาราคานา อาร์เจนติน่าพบกับบราซิล ซึ่งก่อนหน้านี้เผชิญการพบกันโดยบราซิลมีสถิติข่มในการพบกันเมสซี่และทีมคว้าแชมป์เมื่อ Ángel Di María ทำประตูเดียวในเกมนั้นนี่คือความสำเร็จใหญ่รายการแรกของเมสซี่กับทีมชาติชุดใหญ่ ทำให้สิ้นสุดเสียงวิจารณ์และการรอคอยในช่วงเวลานานศึก Netherlands ในฟุตบอลโลก 2022 รอบควอเตอร์ไฟนัลในรอบควอเตอร์ไฟนัลกับเนเธอร์แลนด์ เมสซี่สร้างหนึ่งในช่วงเวลาที่ทั้ง controversial และ brilliant พร้อมกัน ด้วยการจ่ายบอลไม่มองผ่านแนวรับของทัพดัตช์ให้ Nahuel Molina ยิงประตูแรกเนเธอร์แลนด์ตามตีเสมอในช่วงท้ายและเกมลงเอยด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเมสซี่ยังคงความเย็นและนำอาร์เจนตินาไปสู่ชัยชนะ 4-3 จากจุดโทษ และเขาได้เผชิญกับโค้ช Louis van Gaal ในเวทีสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์พร้อมแสดงท่าทาง Topo Gigioจุดเปลี่ยนกับเม็กซิโกและโครเอเชียในฟุตบอลโลก 2022อาร์เจนติน่าประเดิมฟุตบอลโลก 2022 ด้วยความพ่ายแพ้ต่อซาอุดีอาระเบีย ทำให้สถานการณ์ดูเสี่ยงต่อการตกรอบในกลุ่มการพบกับเม็กซิโกไม่ชนะถือเป็นช่วงวิกฤต เมสซี่ทำประตูในนาทีที่ 64 ด้วยการรับบอลจากดิ มาเรีย แล้วบรรจงยิงจากนอกกรอบ ส่งผลให้ทีมพลิกสถานการณ์จากทีมที่ลำบากสู่แชมป์โลกในรอบรองชนะเลิศกับโครเอเชีย เมสซี่เปิดเกมบุกผ่านเส้นทางพิเศษ โดยเฉือน Josko Gvardiol ก่อนจ่ายให้Julian Álvarez ยิงประตูที่สาม ปิดทางให้อาร์เจนติน่าผ่านเข้าสู่รอบชิงเมสซี่และเอ็มบัปเป้ในนัดชิงที่ฝันถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 พบกับฝรั่งเศส ซึ่งเมสซี่ทำประตูสองลูก ขณะที่คิเลียน เอ็มบั๊ปเป้ ตอบกลับด้วยแฮตทริก ทำให้เกมจบด้วยความดุเดือดอย่างน่าจดจำทั้งคู่ต่างยิงลูกฟุตบอลในช่วงดวลจุดโทษ และ Emiliano Martínez เซฟจุดโทษสำคัญ ก่อนที่อาร์เจนติน่าจะคว้าแชมป์โลกนี่คือถ้วยรางวัลโลกรายการใหญ่แรกของเมสซี่กับทีมชาติ การยกระดับชื่อเสียงของเขาเคียงคู่กับมาราดอนาในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินาคืนอันเป็นตำนานของอังกฤษหนึ่งในคู่ปรับสำคัญของโลกฟุตบอลกลับมาสนุกอีกครั้งเมื่ออาร์เจนตินาพบอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026 บรรยากาศร้อนแรงก่อนเตะลูกบอลแอนโธนี การ์ดจากอังกฤษออกนำก่อน แต่ในนาทีที่ 39 เมสซี่แสดงความสำคัญ ด้วยสองช่วงที่เปลี่ยนเกม: ช่วงแรกเปิดบอลให้ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ทำประเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บห้านาที และช่วงที่สองเป็นพาสด้วยเท้าขวาที่ ลาตาโร มาร์ติเนซ โห้ header เข้าในกรอบด้วยผลงานดังกล่าว เมสซี่ขึ้นสถิติแอสซิสต์ฟุตบอลโลกเป็น 12 แอสซิสต์ ตลอดอาชีพฟุตบอลโลกของเขา และพาทีมอาร์เจนติน่าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง แม้ภายหลังจะแพ้ต่อสเปนในรอบชิง แต่ชัยชนะเหนืออังกฤษในแมตช์ที่สองสุดท้ายของเขากับทีมชาติทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินาอย่างยั่งยืน
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ โรแบร์โต้ เด ซอร์ซ สั่งค่ายฝึกฉุกเฉินที่มาร์เบยา เพื่อกู้ฤดูกาลที่ท็อตแน่มกำลังเผชิญวิกฤต 10/10/2026
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ มิเกล อาร์เตต้า ต่อสัญญาใหม่กับอาร์เซนอล คุมทีมยาวถึงปี 2030 หลังไรซ์ชื่นชม 10/10/2026
ลิโอเนล เมสซี่ กับอาร์เจนตินา: 10 โมเมนต์ที่ยากจะลืมในอาชีพ
เส้นทางของลิโอเนล เมสซี่ กับอาร์เจนตินาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นี่คือ 10 โมเมนต์สำคัญที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเขา
การเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก
ลิโอเนล เมสซี่ลงสนามฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในการแข่งขันระหว่างอาร์เจนตินากับเซอร์เบียและมอนเตเนโกร ในฟุตบอลโลก 2006
เขาได้ลงเล่นในนาทีที่ 74 ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาเปิดบอลให้เฮร์นาน เครสโป แล้วก็ทำประตูของตัวเองให้อาร์เจนตินาเป็นประตูที่หก ทำให้เขาเป็นดาวรุ่งอาร์เจนตินาคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลกในอายุ 18 ปี 358 วัน
อาร์เจนติน่าชนะไป 6-0 และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เหรียญทองโอลิมปิกที่ปักกิ่ง 2008
เมสซี่เกือบพลาดร่วมทัวร์นาเมนต์โอลิมปิกที่ปักกิ่งปี 2008 เนื่องจากบาร์เซโลนาพยายามห้ามเขาเดินทาง
เปป กวาร์ดิโอลา ผู้คุมทีมในเวลานั้นเปลี่ยนสถานการณ์ ช่วยเปิดทางให้เมสซี่ร่วมทีมโอลิมิก ซึ่งประกอบด้วย เซร์จิโอ อากูเอโร, ฮวน โรมน ริเกลเม, และอังเกล ดิ มาเรีย
ในรอบชิงชนะเลิศกับไนจีเรีย เมสซี่จ่ายบอลให้ ดิ มาเรีย ซัดประตูชัยพาอาร์เจนตินาคว้าเหรียญทอง
บัลลงดอร์ฟุตบอลโลก 2014
อาร์เจนติน่าต้องการช่วงเวทมนตร์ของเมสซี่ในฟุตบอลโลก 2014
เกมที่จบลงด้วยการเสมอแบบไร้สกอร์จนถึงนาที 91 เมสซี่คว้าบอล เลี้ยงเข้ามุมจากด้านนอกกรอบแล้วซัดเข้าไป ส่งอาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์
เมสซี่ทำประตูได้ 4 ลูกและถูกเลือกเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ในสี่แมตช์ติดต่อกัน ก่อนที่อาร์เจนติน่าจะไปถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี แม้จะพ่ายเยอรมนี แต่เมสซี่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ประจำทัวร์นาเมนต์
ทำลายสถิติตลอดกาลด้วยประตูให้ทีมชาติ
นับเป็นการทำลายสถิติสังกัดอาร์เจนตินา สำหรับดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลที่ 56 ประตูของกาเบรียล บาติสตูตา
เมสซี่ยิงฟรีคิกสุดสวยเข้าไปในมุมบนเหนือผู้รักษาประตูBrad Guzan ในศึก Copa América
ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา เมสซี่ยิงเพิ่มอีก 71 ประตู ทำให้จำนวนประตูรวมของเขาอยู่ที่ 127 ประตู ซึ่งทำให้บาติสตูตาอยู่อันดับสองตลอดกาล
ช่วยให้อาร์เจนตินารอดฟุตบอลโลก 2018
ในการคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 อาร์เจนติน่าหวั่นไหวว่าจะพลาดทัวร์นาเมนต์เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี
หากทีมเอาชนะเอกวาดอร์ที่กีโตได้ พวกเขาก็จะการันตีที่ไปฟุตบอลโลก แต่เจ้าภาพพีระผูกใจยิงประตูในนาทีที่ 30 ก่อน
เมสซี่ตอบสนองด้วยแฮตทริคที่พลิกสถานการณ์ พาอาร์เจนตินาไปสัมผัสบอลโลกที่รัสเซียในปี 2018
ยุติคำสาปบราซิลและคว้าแชมป์ Copa América
นัดชิง Copa América 2021 ที่สนามมาราคานา อาร์เจนติน่าพบกับบราซิล ซึ่งก่อนหน้านี้เผชิญการพบกันโดยบราซิลมีสถิติข่มในการพบกัน
เมสซี่และทีมคว้าแชมป์เมื่อ Ángel Di María ทำประตูเดียวในเกมนั้น
นี่คือความสำเร็จใหญ่รายการแรกของเมสซี่กับทีมชาติชุดใหญ่ ทำให้สิ้นสุดเสียงวิจารณ์และการรอคอยในช่วงเวลานาน
ศึก Netherlands ในฟุตบอลโลก 2022 รอบควอเตอร์ไฟนัล
ในรอบควอเตอร์ไฟนัลกับเนเธอร์แลนด์ เมสซี่สร้างหนึ่งในช่วงเวลาที่ทั้ง controversial และ brilliant พร้อมกัน ด้วยการจ่ายบอลไม่มองผ่านแนวรับของทัพดัตช์ให้ Nahuel Molina ยิงประตูแรก
เนเธอร์แลนด์ตามตีเสมอในช่วงท้ายและเกมลงเอยด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเมสซี่ยังคงความเย็นและนำอาร์เจนตินาไปสู่ชัยชนะ 4-3 จากจุดโทษ และเขาได้เผชิญกับโค้ช Louis van Gaal ในเวทีสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์พร้อมแสดงท่าทาง Topo Gigio
จุดเปลี่ยนกับเม็กซิโกและโครเอเชียในฟุตบอลโลก 2022
อาร์เจนติน่าประเดิมฟุตบอลโลก 2022 ด้วยความพ่ายแพ้ต่อซาอุดีอาระเบีย ทำให้สถานการณ์ดูเสี่ยงต่อการตกรอบในกลุ่ม
การพบกับเม็กซิโกไม่ชนะถือเป็นช่วงวิกฤต เมสซี่ทำประตูในนาทีที่ 64 ด้วยการรับบอลจากดิ มาเรีย แล้วบรรจงยิงจากนอกกรอบ ส่งผลให้ทีมพลิกสถานการณ์จากทีมที่ลำบากสู่แชมป์โลก
ในรอบรองชนะเลิศกับโครเอเชีย เมสซี่เปิดเกมบุกผ่านเส้นทางพิเศษ โดยเฉือน Josko Gvardiol ก่อนจ่ายให้Julian Álvarez ยิงประตูที่สาม ปิดทางให้อาร์เจนติน่าผ่านเข้าสู่รอบชิง
เมสซี่และเอ็มบัปเป้ในนัดชิงที่ฝันถึง
รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 พบกับฝรั่งเศส ซึ่งเมสซี่ทำประตูสองลูก ขณะที่คิเลียน เอ็มบั๊ปเป้ ตอบกลับด้วยแฮตทริก ทำให้เกมจบด้วยความดุเดือดอย่างน่าจดจำ
ทั้งคู่ต่างยิงลูกฟุตบอลในช่วงดวลจุดโทษ และ Emiliano Martínez เซฟจุดโทษสำคัญ ก่อนที่อาร์เจนติน่าจะคว้าแชมป์โลก
นี่คือถ้วยรางวัลโลกรายการใหญ่แรกของเมสซี่กับทีมชาติ การยกระดับชื่อเสียงของเขาเคียงคู่กับมาราดอนาในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินา
คืนอันเป็นตำนานของอังกฤษ
หนึ่งในคู่ปรับสำคัญของโลกฟุตบอลกลับมาสนุกอีกครั้งเมื่ออาร์เจนตินาพบอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026 บรรยากาศร้อนแรงก่อนเตะลูกบอล
แอนโธนี การ์ดจากอังกฤษออกนำก่อน แต่ในนาทีที่ 39 เมสซี่แสดงความสำคัญ ด้วยสองช่วงที่เปลี่ยนเกม: ช่วงแรกเปิดบอลให้ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ทำประเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บห้านาที และช่วงที่สองเป็นพาสด้วยเท้าขวาที่ ลาตาโร มาร์ติเนซ โห้ header เข้าในกรอบ
ด้วยผลงานดังกล่าว เมสซี่ขึ้นสถิติแอสซิสต์ฟุตบอลโลกเป็น 12 แอสซิสต์ ตลอดอาชีพฟุตบอลโลกของเขา และพาทีมอาร์เจนติน่าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง แม้ภายหลังจะแพ้ต่อสเปนในรอบชิง แต่ชัยชนะเหนืออังกฤษในแมตช์ที่สองสุดท้ายของเขากับทีมชาติทำให้ตอนนี้เขาอยู่ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาร์เจนตินาอย่างยั่งยืน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เดอะ ฟรีดกิน กรุ๊ป เตรียมขายหุ้นควบคุม เอฟเวอร์ตัน หลังเข้าถือครองไม่ถึงสองปี
โรแบร์โต้ เด ซอร์ซ สั่งค่ายฝึกฉุกเฉินที่มาร์เบยา เพื่อกู้ฤดูกาลที่ท็อตแน่มกำลังเผชิญวิกฤต
มิเกล อาร์เตต้า ต่อสัญญาใหม่กับอาร์เซนอล คุมทีมยาวถึงปี 2030 หลังไรซ์ชื่นชม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งคว้าตัว อัลฟอนโซ ดาเวส จาก บาเยิร์น มิวนิค
อัปเดตล่าสุด: