แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้จังหวะจากความผิดพลาดของอาร์เซนอล ปลดล็อกเชลซี 3-0 ยืนหยัดอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่เชลซีถูกเตือนถึงทิศทางฤดูกาลโอกาสที่พลาดไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มต้นเกมได้อย่างทรงพลัง บีบสูงและทำเกมรุกต่อเนื่อง โอกาสแรกมาจากลูกเตะมุมที่ยังไม่สร้างความลำบากให้เชลซี ขณะเดียวกันความกดดันยังคงต่อเนื่องเพื่อหาเป้าประตูแรกโคล พอลเมอร์ ตามบอลในกรอบและยิงด้วยขวาเต็มข้อ แต่บอลพุ่งชนเสาอย่างจังเชลซีตอบโต้ด้วยโอกาสอันตรายเมื่อโจอา เปโดรควบบอลจากบอลยาวในกรอบแต่จบสกอร์ติดบล็อกและกลายเป็นเตะมุมช่วงเวลาต่อมา พอลเมอร์ลองยิงอีกครั้งด้วยเท้าขวา ผู้รักษาประตูรับไว้ได้อย่างสบาย และผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้เอสเตวาประตูถูกยกเลิกมาร์ก คูคูเรลลา เฉลิมฉลองประตูขึ้นนำของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ผู้ตัดสินตัดสินว่าเป็นล้ำหน้าเปโดร เนโตพลาดโอกาสชัดเจน ซัดจากในกรอบด้วยเท้าขวาลงพื้น ส่งบอลแรงแต่ถูกผู้รักษาประตูเซฟได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งสองทีมแลกเปลี่ยนการครองบอลกลางสนาม แต่มีโอกาสเพียงครึ่งๆ จนจบครึ่งแรกโดยไม่มีประตูในช่วงทดเวลาครึ่งแรก อันเดร์ ซานโตส โหม่งเต็มกรอบ แต่บอลไปเหนือคาน ทำให้ครึ่งแรกยังไม่มียสกอร์สองช็อตโหดทำให้เชลซีช้ำเริ่มครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเกมได้อย่างรวดเร็ว เออร์ลิง ฮาแลนด์ ตามบอลยาวและยิงเต็มข้อ แต่ถูกแนวรับสกัดไว้ไม่กี่นาทีถัดมา เจเรมี ดูโก้ ล้มลงในกรอบ ผู้ตัดสินตัดสินให้เล่นต่อประตูขึ้นนำเกิดในนาทีที่ 51 เมื่อไรอัน เชอร์กี เปิดบอลเข้ากรอบ นิโก โอเรียลี โหม่งเข้าตาข่ายนำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 57 เมื่อมาร์ค เกย์ เก็บบอลในกรอบแล้วยิงเต็มเท้าเข้าไปหลังจากนั้น ออริลี ได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนโดย ยานน์ ไอ-นอรีเชลซีเกือบไล่คืนเมื่อโคล พอลเมอร์ยิงจากกรอบในระยะใกล้ แต่บอลถูกแนวรับสกัดและหลุดกรอบดูโก้จบเกมด้วยประตูปิดกล่องในนาทีที่ 68 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีห่างเป็น 3-0 เมื่อเจเรมี ดูโก้ได้ครอบครองบอล ลุยเข้าไปในกรอบและยิงด้วยเท้าซ้ายแรงพุ่งผ่านผู้รักษาประตู โรเบิร์ต ซานเชซ ไปสู่มุมขวาสนามทันที โจทย์ของเชลซี ลีอัม รอซิเยร์ ส่งโรเมโอ ลาเวีย และ อเลฮานโดร การ์นาโช ลงสนามแทน อันเดร ซานโตส และ เอสเตวาโน เพื่อหาทางตอบโต้เชลซียังคงบีบสูง คูคูเรลลาได้ยิงไกล แต่บอลพลาดกรอบ และโจอา เปโดรโหม่งหลุดจากตำแหน่งที่น่าจะเป็นประตูการเปลี่ยนตัวช่วงท้าย... และข้อความชัดเจนเครืองอำนาจเกม เป็ป กวาร์ดิโอลา ส่ง ฟิล โฟเด้น ซาเวีย โมเรยรา และ มาเตโอ โควาซิช ลงแทน ไรอัน เชอร์กี เจเรมี ดูโก้ และเบร์นาโด้ ซิลวารอสซอร์ ตอบสนองในนาทีที่ 82 ด้วยการส่ง ดาเรีย อีโชโก และ วิลเลียม เดลัป ลงสนามแทน โมอิเซส คาเซียโด และ โจอา เปโดรแต่ Chelsea ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะ 3-0 อย่างสมควร ชัยชนะนี้ยืนยันสถานะในการลุ้นแชมป์อย่างชัดเจน และส่งสัญญาณเตือนถึงอาร์เซนอลว่าเส้นทางการลุ้นแชมป์ยังไม่จบ
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ โรแบร์โต้ เด เซร์ซี่ ปกป้อง ซานโดร โตนาลี หลังเปิดตัวกับ ท็อตแน่ม พ่าย นิวคาสเซิล 2-0 30/08/2026
ตลาดนักเตะ ฉันจะเป็นแฟนบาร์ซ่าตลอดไป” เฮคเตอร์ ฟอร์ต เขียนอำลาอย่างทรงอารมณ์ หลังเซ็นสัญญาย้ายซบ เรอัล โซเซียดาด มูลค่า 8 ล้านยูโร 30/08/2026
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ บรูโน่ เฟร์นานเดสเผยความอึดอัดในห้องแต่งตัว หลังถูกแต่งตั้งกัปตันถาวรแทน แฮร์รี แมกไกร์ 30/08/2026
ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้มข้น! แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกถล่มเชลซี 3-0 หลังอาร์เซนอลสะดุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้จังหวะจากความผิดพลาดของอาร์เซนอล ปลดล็อกเชลซี 3-0 ยืนหยัดอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่เชลซีถูกเตือนถึงทิศทางฤดูกาล
โอกาสที่พลาดไป
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มต้นเกมได้อย่างทรงพลัง บีบสูงและทำเกมรุกต่อเนื่อง โอกาสแรกมาจากลูกเตะมุมที่ยังไม่สร้างความลำบากให้เชลซี ขณะเดียวกันความกดดันยังคงต่อเนื่องเพื่อหาเป้าประตูแรก
โคล พอลเมอร์ ตามบอลในกรอบและยิงด้วยขวาเต็มข้อ แต่บอลพุ่งชนเสาอย่างจัง
เชลซีตอบโต้ด้วยโอกาสอันตรายเมื่อโจอา เปโดรควบบอลจากบอลยาวในกรอบแต่จบสกอร์ติดบล็อกและกลายเป็นเตะมุม
ช่วงเวลาต่อมา พอลเมอร์ลองยิงอีกครั้งด้วยเท้าขวา ผู้รักษาประตูรับไว้ได้อย่างสบาย และผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้เอสเตวา
ประตูถูกยกเลิก
มาร์ก คูคูเรลลา เฉลิมฉลองประตูขึ้นนำของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ผู้ตัดสินตัดสินว่าเป็นล้ำหน้า
เปโดร เนโตพลาดโอกาสชัดเจน ซัดจากในกรอบด้วยเท้าขวาลงพื้น ส่งบอลแรงแต่ถูกผู้รักษาประตูเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม
ทั้งสองทีมแลกเปลี่ยนการครองบอลกลางสนาม แต่มีโอกาสเพียงครึ่งๆ จนจบครึ่งแรกโดยไม่มีประตู
ในช่วงทดเวลาครึ่งแรก อันเดร์ ซานโตส โหม่งเต็มกรอบ แต่บอลไปเหนือคาน ทำให้ครึ่งแรกยังไม่มียสกอร์
สองช็อตโหดทำให้เชลซีช้ำ
เริ่มครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเกมได้อย่างรวดเร็ว เออร์ลิง ฮาแลนด์ ตามบอลยาวและยิงเต็มข้อ แต่ถูกแนวรับสกัดไว้
ไม่กี่นาทีถัดมา เจเรมี ดูโก้ ล้มลงในกรอบ ผู้ตัดสินตัดสินให้เล่นต่อ
ประตูขึ้นนำเกิดในนาทีที่ 51 เมื่อไรอัน เชอร์กี เปิดบอลเข้ากรอบ นิโก โอเรียลี โหม่งเข้าตาข่าย
นำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 57 เมื่อมาร์ค เกย์ เก็บบอลในกรอบแล้วยิงเต็มเท้าเข้าไป
หลังจากนั้น ออริลี ได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนโดย ยานน์ ไอ-นอรี
เชลซีเกือบไล่คืนเมื่อโคล พอลเมอร์ยิงจากกรอบในระยะใกล้ แต่บอลถูกแนวรับสกัดและหลุดกรอบ
ดูโก้จบเกมด้วยประตูปิดกล่อง
ในนาทีที่ 68 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หนีห่างเป็น 3-0 เมื่อเจเรมี ดูโก้ได้ครอบครองบอล ลุยเข้าไปในกรอบและยิงด้วยเท้าซ้ายแรงพุ่งผ่านผู้รักษาประตู โรเบิร์ต ซานเชซ ไปสู่มุมขวาสนาม
ทันที โจทย์ของเชลซี ลีอัม รอซิเยร์ ส่งโรเมโอ ลาเวีย และ อเลฮานโดร การ์นาโช ลงสนามแทน อันเดร ซานโตส และ เอสเตวาโน เพื่อหาทางตอบโต้
เชลซียังคงบีบสูง คูคูเรลลาได้ยิงไกล แต่บอลพลาดกรอบ และโจอา เปโดรโหม่งหลุดจากตำแหน่งที่น่าจะเป็นประตู
การเปลี่ยนตัวช่วงท้าย... และข้อความชัดเจน
เครืองอำนาจเกม เป็ป กวาร์ดิโอลา ส่ง ฟิล โฟเด้น ซาเวีย โมเรยรา และ มาเตโอ โควาซิช ลงแทน ไรอัน เชอร์กี เจเรมี ดูโก้ และเบร์นาโด้ ซิลวา
รอสซอร์ ตอบสนองในนาทีที่ 82 ด้วยการส่ง ดาเรีย อีโชโก และ วิลเลียม เดลัป ลงสนามแทน โมอิเซส คาเซียโด และ โจอา เปโดร
แต่ Chelsea ไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะ 3-0 อย่างสมควร ชัยชนะนี้ยืนยันสถานะในการลุ้นแชมป์อย่างชัดเจน และส่งสัญญาณเตือนถึงอาร์เซนอลว่าเส้นทางการลุ้นแชมป์ยังไม่จบ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
โรแบร์โต้ เด เซร์ซี่ ปกป้อง ซานโดร โตนาลี หลังเปิดตัวกับ ท็อตแน่ม พ่าย นิวคาสเซิล 2-0
ฉันจะเป็นแฟนบาร์ซ่าตลอดไป” เฮคเตอร์ ฟอร์ต เขียนอำลาอย่างทรงอารมณ์ หลังเซ็นสัญญาย้ายซบ เรอัล โซเซียดาด มูลค่า 8 ล้านยูโร
บรูโน่ เฟร์นานเดสเผยความอึดอัดในห้องแต่งตัว หลังถูกแต่งตั้งกัปตันถาวรแทน แฮร์รี แมกไกร์
ยูเวนตุส ใกล้คว้าตัว พาเป มาตาร์ ซาร์ จากท็อตแน่ม ท่ามกลางวิกฤติแดนกลาง
อัปเดตล่าสุด: