ทุกเกมมีความสำคัญ” โปเช็ตติโน่นำทีมชาติสหรัฐฯ ชุดใหม่ลงอุ่นเครื่อง 4 นัด ปะทะ เปรู ชิลี เม็กซิโก และแคนาดา พร้อมดาวรุ่งวัย 16 ปีใกล้ประเดิมสนามชุดใหญ่ทำไมเกมอุ่นเครื่องของทีมชาติสหรัฐฯ ถึงมีความสำคัญในช่วงนี้หลังจบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บ้านเกิดด้วยความพ่ายแพ้ต่อเบลเยียมในรอบ 16 ทีม กระบวนการสร้างทีมใหม่ของสหรัฐอเมริกาจึงเริ่มขึ้นทันที เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ได้ขยายสัญญาคุมทัพถึงปี 2030 และภารกิจแรกของระยะใหม่นี้คือการลงอุ่นเครื่องในบ้านถึงสี่นัดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง พบ เปรู, ชิลี, เม็กซิโก และแคนาดา ระหว่างวันที่ 26 กันยายนถึง 6 ตุลาคม ซึ่งการขยายโปรแกรมจากสองนัดเป็นสี่นัดนี้ช่วยให้กุนซือเห็นความลึกของทีมก่อนรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2030สถิติสำคัญของโปรแกรมอุ่นเครื่องเปรูพบสหรัฐครั้งล่าสุดในปี 2018 เสมอ 1-1 และเปรูปัจจุบันอยู่ที่ 50 ในการจัดอันดับฟีฟ่า หลังพลาดตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ขณะที่ชิลีกับสหรัฐเคยพบกันครั้งล่าสุดในปี 2019 เสมอ 1-1 และสถิติทั้งหมดเป็นฝ่ายเหนือสหรัฐ 3-5-3 สหรัฐยังไม่เคยชนะชิลีตั้งแต่ปี 2000 เพื่อให้ครอบคลุมสี่นัดใน 11 วันที่ผ่านมา โปเช็ตติโน่เรียกผู้เล่น 28 คน มากกว่า 26 คนปกติ เพื่อกระจายภาระและป้องกันอาการบาดเจ็บ โดยมีชื่อเด่นคือ แคเวน ซัลลิแวน ดาวรุ่งวัย 16 ปีจากฟิลาเดีย ยูเนียน ที่ทำประตูหกลูกและแอสซิสต์ห้าคนตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม พร้อมมีแนวโน้มประเดิมสนามชุดใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าวข้อความจากโปเช็ตติโน่ถึงทีมชุดใหม่พร้อมกับยืนยันโปรแกรมอุ่นเครื่อง โปเช็ตติโน่กล่าวกับ US Soccer ว่า “เราคาดหวังให้นักเตะต่อสู้ด้วยสปิริตที่ทุกเกมล้วนมีความสำคัญ” โดยมองว่าเกมอุ่นเครื่องเป็นสนามพิสูจน์ความสามารถมากกว่าสมาชิกในรายการปกติ ผู้จัดการทีมชื่นชมการสนับสนุนจากแฟนบอลในบ้านเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาและต้องการให้บรรยากาศนั้นติดตัวทีมสู่โครงร่างใหม่ แม้ roster นี้จะเน้นดาวรุ่งและยังหาตัวตนหลังจากพลาดฟุตบอลโลกสนาม-ถ่ายทอดสด และแนวทางสู่ปี 2030การทัวร์ครั้งนี้จะพาไปทั่วประเทศ เปรูที่สนาม Inter&Co Stadium ในออร์แลนโด ชิลีที่ Energizer Park ในเซนต์หลุยส์ เม็กซิโกที่ State Farm Stadium ในเกลเดล และแคนาดาที่ Allianz Field ในเซนต์พอล ทั้งสี่แมตช์จะถ่ายทอดสดบน TNT, truTV, HBO Max, Universo และ Peacock การเตะข้ามฤดูกาลนี้นำไปสู่การกลับมาของทีมชาติสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนในการแข่งขัน CONCACAF Nations League รอบควอเตอร์ไฟนอลแบบเหย้า-เยือน ซึ่งเป็นก้าวแรกสู่ฟุตบอลโลก 2030 ที่โมรอคโค, โปรตุเกส และสเปนร่วมเป็นเจ้าภาพ
ลาลีกาสเปน มูรินโญไม่มองโลกในแง่ร้ายก่อนดาร์บี้ ซิเมโอเน่เป็นคู่ร่วมรบ และยืนยันไม่แทรกแซงการตัดสินใจของซีดาน 22/09/2026
สหรัฐอเมริกาชุดใหม่ลงอุ่นเครื่องสี่นัดใน 11 วัน ภายใต้การนำของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่
ทุกเกมมีความสำคัญ” โปเช็ตติโน่นำทีมชาติสหรัฐฯ ชุดใหม่ลงอุ่นเครื่อง 4 นัด ปะทะ เปรู ชิลี เม็กซิโก และแคนาดา พร้อมดาวรุ่งวัย 16 ปีใกล้ประเดิมสนามชุดใหญ่
ทำไมเกมอุ่นเครื่องของทีมชาติสหรัฐฯ ถึงมีความสำคัญในช่วงนี้
หลังจบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บ้านเกิดด้วยความพ่ายแพ้ต่อเบลเยียมในรอบ 16 ทีม กระบวนการสร้างทีมใหม่ของสหรัฐอเมริกาจึงเริ่มขึ้นทันที เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ได้ขยายสัญญาคุมทัพถึงปี 2030 และภารกิจแรกของระยะใหม่นี้คือการลงอุ่นเครื่องในบ้านถึงสี่นัดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง พบ เปรู, ชิลี, เม็กซิโก และแคนาดา ระหว่างวันที่ 26 กันยายนถึง 6 ตุลาคม ซึ่งการขยายโปรแกรมจากสองนัดเป็นสี่นัดนี้ช่วยให้กุนซือเห็นความลึกของทีมก่อนรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2030
สถิติสำคัญของโปรแกรมอุ่นเครื่อง
เปรูพบสหรัฐครั้งล่าสุดในปี 2018 เสมอ 1-1 และเปรูปัจจุบันอยู่ที่ 50 ในการจัดอันดับฟีฟ่า หลังพลาดตั๋วฟุตบอลโลก 2026 ขณะที่ชิลีกับสหรัฐเคยพบกันครั้งล่าสุดในปี 2019 เสมอ 1-1 และสถิติทั้งหมดเป็นฝ่ายเหนือสหรัฐ 3-5-3 สหรัฐยังไม่เคยชนะชิลีตั้งแต่ปี 2000 เพื่อให้ครอบคลุมสี่นัดใน 11 วันที่ผ่านมา โปเช็ตติโน่เรียกผู้เล่น 28 คน มากกว่า 26 คนปกติ เพื่อกระจายภาระและป้องกันอาการบาดเจ็บ โดยมีชื่อเด่นคือ แคเวน ซัลลิแวน ดาวรุ่งวัย 16 ปีจากฟิลาเดีย ยูเนียน ที่ทำประตูหกลูกและแอสซิสต์ห้าคนตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม พร้อมมีแนวโน้มประเดิมสนามชุดใหญ่ในช่วงเวลาดังกล่าว
ข้อความจากโปเช็ตติโน่ถึงทีมชุดใหม่
พร้อมกับยืนยันโปรแกรมอุ่นเครื่อง โปเช็ตติโน่กล่าวกับ US Soccer ว่า “เราคาดหวังให้นักเตะต่อสู้ด้วยสปิริตที่ทุกเกมล้วนมีความสำคัญ” โดยมองว่าเกมอุ่นเครื่องเป็นสนามพิสูจน์ความสามารถมากกว่าสมาชิกในรายการปกติ ผู้จัดการทีมชื่นชมการสนับสนุนจากแฟนบอลในบ้านเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาและต้องการให้บรรยากาศนั้นติดตัวทีมสู่โครงร่างใหม่ แม้ roster นี้จะเน้นดาวรุ่งและยังหาตัวตนหลังจากพลาดฟุตบอลโลก
สนาม-ถ่ายทอดสด และแนวทางสู่ปี 2030
การทัวร์ครั้งนี้จะพาไปทั่วประเทศ เปรูที่สนาม Inter&Co Stadium ในออร์แลนโด ชิลีที่ Energizer Park ในเซนต์หลุยส์ เม็กซิโกที่ State Farm Stadium ในเกลเดล และแคนาดาที่ Allianz Field ในเซนต์พอล ทั้งสี่แมตช์จะถ่ายทอดสดบน TNT, truTV, HBO Max, Universo และ Peacock การเตะข้ามฤดูกาลนี้นำไปสู่การกลับมาของทีมชาติสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนในการแข่งขัน CONCACAF Nations League รอบควอเตอร์ไฟนอลแบบเหย้า-เยือน ซึ่งเป็นก้าวแรกสู่ฟุตบอลโลก 2030 ที่โมรอคโค, โปรตุเกส และสเปนร่วมเป็นเจ้าภาพ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
นาโอมี เกอร์ม่า: จะได้โอกาสลงสนามให้เชลซีเมื่อไร?
ดิเอโก ซิเมโอเน่ ย้ำเคารพ มูรินโญ่ ก่อนดาร์บี้แมดริด
มูรินโญไม่มองโลกในแง่ร้ายก่อนดาร์บี้ ซิเมโอเน่เป็นคู่ร่วมรบ และยืนยันไม่แทรกแซงการตัดสินใจของซีดาน
ซาอุดีอาระเบียยังไม่ตกรอบกัลฟ์ คัพ ครั้งที่ 27
อัปเดตล่าสุด: