ข่าว คอลัมน์
หน้าแรก / ข่าวฟุตบอล / อันเชล็อตติอธิบายเคมีทีมเปลี่ยนหลังเอ็มบัปเป้ร่วมทัพ ส่งผลฤดูกาลสุดท้ายของเรอัล มาดริด

อันเชล็อตติอธิบายเคมีทีมเปลี่ยนหลังเอ็มบัปเป้ร่วมทัพ ส่งผลฤดูกาลสุดท้ายของเรอัล มาดริด

แชร์ไป Facebook
แชร์ไป X

อันเชล็อตติชี้การมาของเอ็มบัปเป้มาพร้อมการเปลี่ยนผ่านที่ต้องการมากกว่าการปรับแท็กติก และความสูญเสียผู้นำชุดเก่า ส่งผลต่อผลงานของเรอัล มาดริด ในช่วงท้ายยุค

เอ็มบัปเป้โชว์ฟอร์มเปิดตัวกับเรอัล มาดริด

ถึงแม้ช่วงเริ่มต้นอาชีพกับเรอัล มาดริด จะมีความท้าทาย เอ็มบัปเป้ก็สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ตลอดฤดูกาลยิงรวม 49 ประตูจาก 58 นัดในทุกรายการ โดยทำได้ 44 ประตูและแอสซิสต์ 5 ครั้งให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งสเปน

ช่วงปลายฤดูกาล ดาวยิงชาวฝรั่งเศสทำคะแนนสูงสุดในลาลีกาไปถึง 31 ประตู นำห่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ของบาร์เซโลนา 4 ประตู และยังทำลายสถิติการทำประตูสูงสุดในฤดูกาลเปิดตัวในลาลีกากับเรอัล มาดริด พร้อมคว้ารางวัลรองเท้าทองคำยุโรปในฐานะดาวซัลโวสูงสุดของห้าลีกชั้นนำยุโรป แซงหน้า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ของลิเวอร์พูลในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

อย่างไรก็ดี แม้จะมีฟอร์มโดดเด่นส่วนตัว เรอัล มาดริดล้มเหลวในการรักษาแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกและลาลีกา ทำให้ฤดูกาลนั้นจบลงโดยไม่ได้ถ้วยรางวัลใหญ่ อันเชล็อตติออกจากตำแหน่งหลังจากนั้นและชาบี อลอนโซ่เข้ามาคุมทีมก่อนถูกปลดภายในระยะเวลาสั้น ๆ และถูกแทนที่ด้วยกุนซือคนปัจจุบัน อัลบาโร อาร์เบโลอา

เคมีทีมสะเทือนช่วงฤดูร้อน 2024 และการเปลี่ยนผ่านที่ต้องการเวลา

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ MARCA อันเชล็อตติอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างช่วงฤดูร้อน 2024 รวมถึงการเซ็นสัญญากับเอ็มบัปเป้ที่รอคอยมานานและการเกษียณอายุของโทนี่ โครส ส่งผลให้เกิดช่วงเปลี่ยนผ่าน

ฟุตบอลเปลี่ยนแปลงด้วยจุดเล็ก ๆ และในขณะเดียวกันเคมีของทีมก็เปลี่ยน มันไม่ใช่เพียงการแทนที่โครสด้วยเอ็มบัปเป้ ในปีเดียวกัน นาโช เฟร์นานเดซออกจากทีม ดานี คาร์วาฆัลบาดเจ็บ และลูกา โมดริชลงสนามน้อยลง ชุดผู้เล่นรุ่นเก่าที่สร้างบรรยากาศในห้องแต่งตัวไม่เหมือนเดิมแล้ว และต้องมีนักเตะรุ่นใหม่เข้ามา ซึ่งต้องแสดงความเป็นตัวตนและบุคลิกภาพให้เห็น ต้องใช้เวลาเพื่อสร้างสิ่งนี้

ถึงแม้เรอัล มาดริดจะประสบกับความยากลำบากในการรักษาความคงเส้นคงวาในช่วงเวลาดังกล่าว อันเชล็อตติก็ยังปกป้องผลงานของเอ็มบัปเป้ในระดับส่วนตัว โดยเอ็มบัปเป้ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการทำประตู แม้สมดุลของทีมจะมีความคลาดเคลื่อนหลังการจากไปของมิดฟิลด์มอนโทรม Kroos

อันเชล็อตติระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่เป็นกระบวนการที่ช้า จำเป็นต้องเวลาสร้างมรดกให้กับมาดริดรุ่นใหม่

รักษาความสัมพันธ์กับเบร์นาเบว

ขณะเดียวกัน อันเชล็อตติที่ปัจจุบันรับบทผู้จัดการทีมบราซิล เปิดเผยว่าเขายังคงติดตามผลงานของเรอัล มาดริดและมีการติดต่อกับโครงสร้างผู้บริหารของสโมสรอย่างสม่ำเสมอ เขาได้ติดตามความสำเร็จในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกด้วยความภาคภูมิใจ และยังทักทายเพื่อนร่วมงานหลังชัยชนะสำคัญ

อันเชล็อตติยืนยันว่าเขายังพูดคุยกับนักเตะบางคน เช่น รอดริโก เกส และ เฟเดริโก วัลเวร์เด เพื่อถามถึงสภาพและร่วมแสดงความยินดีกับสโมสรและประธานหลังแมตช์สำคัญ พร้อมเปิดเผยถึงการแลกเปลี่ยนแบบขำขันว่าคือยังไม่มมีพาสปอร์ตบราซิล

มุ่งมั่นนำบราซิลลุยฟุตบอลโลกครั้งที่หก

ขณะรับหน้าที่กุนซือบราซิล อันเชล็อตติยอมรับว่าความกดดันในระดับทีมชาตินั้นแตกต่างจากการทำงานในระดับสโมสรยุโรป และในขณะที่ภาระความคาดหวังของประชาชนบราซิลยังคงมีสูง เขาพยายามเตรียมทีมให้พร้อมรับมือกับความเข้มข้น โดยเฉพาะนักเตะอย่างวินิซิอุส จูนิออร์ เพื่อรับมือกับความกดดันโดยไม่ถูกบดบัง

อันเชล็อตติย้ำว่าในบราซิล ความรักต่อทีมชาติเป็นสิ่งล้ำค่า แต่ก็มีความกดดันสูง จึงมุ่งสร้างความสมดุลให้กับนักเตะ เพื่อให้พวกเขามีสมาธิและสามารถแสดงศักยภาพสูงสุดในเวิร์ลด์คัพ

ข่าวล่าสุด