ข่าว คอลัมน์
หน้าแรก / ข่าวฟุตบอล / อาชีพกุนซือของ Rooney หมดไฟหรือยัง? ตำนานแมนยูฯ เปิดใจพร้อมยอมรับไม่อยากเจอสถานการณ์แบบ Plymouth หรือ Birmingham อีกครั้ง

อาชีพกุนซือของ Rooney หมดไฟหรือยัง? ตำนานแมนยูฯ เปิดใจพร้อมยอมรับไม่อยากเจอสถานการณ์แบบ Plymouth หรือ Birmingham อีกครั้ง

แชร์ไป Facebook
แชร์ไป X

Wayne Rooney ยอมรับว่าเส้นทางกุนซือของเขาอาจจบลงแล้ว หลังตั้งเงื่อนไขเข้มงวดหากจะรับงานคุมทีมอีกครั้ง โดยอดีตตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บอกชัดเจนว่าเขาไม่อยากทิ้งครอบครัวหรือไปใช้ชีวิตห่างไกลเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ Plymouth Argyle และ Birmingham ทำให้โอกาสกลับมาคุมทีมมีน้อยมาก

Rooney ตั้งเงื่อนไขเข้มงวดก่อนกลับมาคุมทีม

อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษวัย 40 ปี ยังไม่ได้รับงานในฐานะโค้ชอีกเลยตั้งแต่โดนปลดจาก Plymouth Argyle ตอนท้ายปี 2024 หลังจากนั้นเขาหันมาเป็นนักวิเคราะห์และพิธีกรรายการฟุตบอลในสื่ออย่างเต็มตัว แม้ความอยากกลับมาคุมทีมจะยังมีบ้าง แต่ด้วยสถานการณ์ตลาดแรงงานทำให้เรื่องนี้ดูยากขึ้นมาก

ในการพูดคุยกับช่อง YouTube The Smith Bros ตำนานแมนยูฯ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตการคุมทีมของเขาชัดเจนว่าแม้จะยังไม่ขอประกาศเลิกเป็นกุนซือ แต่ไลฟ์สไตล์ที่ต้องย้ายถิ่นบ่อย ๆ ไม่เป็นที่น่าดึงดูดอีกต่อไป

เขากล่าวว่า "ถ้ามีโอกาสที่ใช่เข้ามาแน่นอนว่าผมก็อยากทำ แต่ผมจะไม่ยอมอยู่ในสถานการณ์แบบตอนที่ผมอยู่อเมริกา, Plymouth หรือ Birmingham ที่ต้องอยู่ห่างครอบครัวและพลาดชมบอลของลูก ๆ หลายครั้ง"

"ดังนั้นมันต้องเป็นงานที่ใช่และสมจริงด้วย งาน 4 งานที่ผ่านมา ผมคงไม่ได้เจอสิ่งแบบนั้นอีก ผมว่าโอกาสกลับมาก็เลยซับซ้อนขึ้นไปอีก"

เส้นทางโค้ชที่เต็มไปด้วยความท้าทายของตำนานแมนยูฯ

คำพูดสะท้อนความเข้าใจถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นติดต่อกันใน Championship โดยเส้นทางที่เริ่มต้นด้วยเสียงชื่นชมจาก Derby County ซึ่งเขาโดดเด่นในฐานะผู้นำท่ามกลางวิกฤติการเงินและการถูกตัดแต้ม

หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นบทกุนซือใน Major League Soccer กับ DC United ซึ่งจบลงด้วยความยินยอมร่วมกัน แต่กลับมาอังกฤษแล้วเจอปัญหาหนักมากขึ้น

ช่วงคุม Birmingham City นั้นสุดย่ำแย่ ใช้เวลาเพียง 83 วันทีมตกจากการลุ้นเพลย์ออฟเป็นทีมหนีตกชั้น ต่อมาที่ Plymouth Argyle ก็หวนคืนใหม่อีกครั้งแต่ทำได้แค่ 5 เดือนก่อนโดนปลดขณะทีมกำลังดิ้นรนหนีตกชั้น

Rooney ระบุปัญหาหลักที่ทำให้ล้มเหลวในสองทีมหลังคือข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ Plymouth และแรงกดดันจากสื่อที่เข้มข้นกว่ากุนซือทั่วไประดับล่างเป็นอย่างมาก ทุกความพ่ายแพ้กลายเป็นประเด็นระดับชาติ เพิ่มภาระกดดันที่โค้สดาวรุ่งคนอื่นแทบไม่ต้องเจอ

พบความสบายใจในบทบาทนักวิเคราะห์

ตอนนี้ความรู้สึกอยากกลับไปนั่งเก้าอี้กุนซือเริ่มจางหาย หลังจากแยกทางกับ Plymouth ผู้ครองสถิติทำประตูสูงสุดของแมนยูฯ ใช้ชีวิตในฐานะนักวิเคราะห์และพิธีกรที่มั่นคงและมีรายได้ดี เขากลายเป็นหน้าใหม่ประจำบนรายการ Match of the Day และ Sky Sports ด้วยการวิเคราะห์บอลที่ได้รับการยอมรับจากประสบการณ์เล่นฟุตบอลระดับสูง

ในเดือนสิงหาคม 2025 เขาเปิดตัวรายการใหม่ "The Wayne Rooney Show" ซึ่งทำให้เขายุ่งอยู่กับงานสื่อโดยไม่ต้องกังวลกับผลการแข่งขันแบบกุนซือ การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์นี้ยังช่วยให้เขากลับมาใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้มากขึ้น หลังจากที่ช่วงคุมทีมก่อนหน้านี้ต้องห่างบ้านหลายครั้ง

"ตอนนี้ผมแฮปปี้กับการทำงานทีวีนะ" เขายืนยันชัดเจน ทำให้ชัดเจนว่าคลับที่จะดึงเขากลับมาคุมทีมได้นั้นต้องตั้งอยู่ใกล้บ้านและมีโปรเจกต์ที่น่าสนใจพอจะดึงเขาให้ละทิ้งเส้นทางที่มั่นคงและรายได้ดีในวงการสื่อ

ปิดประตูเส้นทางชกมวยอย่างเป็นทางการ

สัมภาษณ์ดังกล่าวยังกล่าวถึงเส้นทางอื่นที่แฟน ๆ เคยพูดถึงอย่างการชกมวย หลังจากมีข่าวลือว่าผู้เล่น Everton รุ่นเยาว์รายนี้อาจผันตัวไปอยู่ในวงการชกมวย ซึ่งเขาเป็นแฟนมวยมาตลอด และเคยมีข่าวว่าอาจชกกับนักชกดังในโลกออนไลน์อย่าง Jake Paul

แต่โอกาสนี้ดูจะเลือนลางลงไปมากแล้ว "ผมคิดว่าผมพลาดโอกาสนั้นไปแล้ว" เขายอมรับ โดยทำให้แฟนมวยหลายคนที่เคยตื่นเต้นกับคลิปสปาร์ริ่งกับ Phil Bardsley ในครัวเมื่อปี 2015 ต้องเงียบไป

อย่างไรก็ตาม เสียงตอบรับยังคงมีแรงปรารถนา "แต่ถ้าถามว่าผมจะพูดว่าไม่เลยไหม ก็ไม่หรอก" เขาเสริม "มันขึ้นอยู่กับข้อเสนอที่เข้ามาด้วย"

แม้การชกมวยจะดูเป็นความเป็นไปได้ไกล ๆ แต่วีถีของตำนานแมนยูฯ ช่วงนี้คงยังอยู่ในสตูดิโอทีวี มากกว่าบนม้านั่งผู้จัดการทีม รอวันที่โอกาสที่ใช่จะมาถึงซึ่งเขาเองก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

ข่าวล่าสุด