ผลเสมอทำให้ค่ำคืนนี้ของซิดานเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ การพบกับอิตาลีครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รอบชิงฟุตบอลโลก 2006ไมเคิล โอลิซ ยิงนำ ฝรั่งเศสตอบโต้รวดเร็วครึ่งแรกไม่มีประตูเกิดขึ้น ฝรั่งเศสครองเกมบุกต่อเนื่องและพยายามกดดันเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ในนาทีที่ 55 ไมเคิล โอลิซ เจาะประตูขึ้นนำให้ฝรั่งเศสออกนำก่อนอย่างไรก็ตามในนาทีที่ 68 อเลสซานโดร บาสตอนี ตามตีเสมอให้อิตาลี หลังจังหวะครองบอลอย่างยอดเยี่ยมและลากไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปเป็นประตูตีเสมอเกมยังคงเปิดแลกกันอย่างต่อเนื่อง และทั้งสองฝ่ายต่างมีโอกาสทำประตูอีกครั้งโดยมีจังหวะเซฟสำคัญจากผู้รักษาประตูของทั้งสองทีมเป็นช่วงๆดอนนารุมมาและผู้รักษาประตูฝรั่งเศสหนึบทุกจังหวะฝรั่งเศสเกือบได้ประตูนำหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะของอุสมาน เดมเบเล่ที่แทบแซงหน้าผู้รักษาประตูอิตาลี แต่ดอนนารุมมาปรากฏตัวออกมาป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยมจุดมุ่งหมายจากฝรั่งเศสยังไม่หายไป และในอีกด้านหนึ่ง อิตาลีมีโอกาสสวนกลับหากขึ้นนำ แต่ผู้รักษาประตูของฝรั่งเศสยังคงเซฟช่วยทีมไว้หลายครั้งด้านอิตาลีมีโอกาสลุ้นทำประตูที่สองในช่วงท้ายเกม แต่การป้องกันของมานิยงหรือผู้รักษาประตูฝรั่งเศสก็ยังคงรักษาผลเสมอ 1-1 ไว้ได้อิตาลีทำให้ค่ำคืนนี้ของซิดานเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ผลเสมอนำมาซึ่งค่ำคืนที่ซิดานต้องเผชิญกับความทรงจำครั้งสำคัญของเขา นี่เป็นการพบกับอิตาลีครั้งแรกตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่เบอร์ลิน ซึ่งทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ก่อนที่อัซซูรี่จะคว้าแชมป์จากจุดโทษคืนนั้นถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทรงจำสำหรับซิดาน โดยเขาเคยถูกไล่ออกในช่วงทดเวลาพิเศษจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ในขณะที่ค่ำคืนนี้แตกต่างออกไปในสถานที่และบริบทที่ต่างกันทั้งหมดผลการแข่งขันจบลงที่การเสมอแบบแบ่งแต้ม ช่วยให้อิตาลีคว้าคะแนนสำคัญ ส่วนซิดานก็ยังคงเกี่ยวข้องกับอัซซูรี่ในมุมมองที่ต่างไปจากอดีต
ทีมชาติ อเลสซานโดร บาสโตนี ตามตีเสมอ ไมเคิล โอลิเซ ยิงนำ ฝรั่งเศส 10 คนพบอิตาลีเสมอ 1-1 ใน Nations League 03/10/2026
อิตาลีเสมอฝรั่งเศส 1-1 คืนประวัติศาสตร์ สร้างความทรงจำให้ซิดานกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า
ผลเสมอทำให้ค่ำคืนนี้ของซิดานเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ การพบกับอิตาลีครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รอบชิงฟุตบอลโลก 2006
ไมเคิล โอลิซ ยิงนำ ฝรั่งเศสตอบโต้รวดเร็ว
ครึ่งแรกไม่มีประตูเกิดขึ้น ฝรั่งเศสครองเกมบุกต่อเนื่องและพยายามกดดันเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์
ในนาทีที่ 55 ไมเคิล โอลิซ เจาะประตูขึ้นนำให้ฝรั่งเศสออกนำก่อน
อย่างไรก็ตามในนาทีที่ 68 อเลสซานโดร บาสตอนี ตามตีเสมอให้อิตาลี หลังจังหวะครองบอลอย่างยอดเยี่ยมและลากไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปเป็นประตูตีเสมอ
เกมยังคงเปิดแลกกันอย่างต่อเนื่อง และทั้งสองฝ่ายต่างมีโอกาสทำประตูอีกครั้งโดยมีจังหวะเซฟสำคัญจากผู้รักษาประตูของทั้งสองทีมเป็นช่วงๆ
ดอนนารุมมาและผู้รักษาประตูฝรั่งเศสหนึบทุกจังหวะ
ฝรั่งเศสเกือบได้ประตูนำหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะของอุสมาน เดมเบเล่ที่แทบแซงหน้าผู้รักษาประตูอิตาลี แต่ดอนนารุมมาปรากฏตัวออกมาป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดมุ่งหมายจากฝรั่งเศสยังไม่หายไป และในอีกด้านหนึ่ง อิตาลีมีโอกาสสวนกลับหากขึ้นนำ แต่ผู้รักษาประตูของฝรั่งเศสยังคงเซฟช่วยทีมไว้หลายครั้ง
ด้านอิตาลีมีโอกาสลุ้นทำประตูที่สองในช่วงท้ายเกม แต่การป้องกันของมานิยงหรือผู้รักษาประตูฝรั่งเศสก็ยังคงรักษาผลเสมอ 1-1 ไว้ได้
อิตาลีทำให้ค่ำคืนนี้ของซิดานเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์
ผลเสมอนำมาซึ่งค่ำคืนที่ซิดานต้องเผชิญกับความทรงจำครั้งสำคัญของเขา นี่เป็นการพบกับอิตาลีครั้งแรกตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่เบอร์ลิน ซึ่งทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ก่อนที่อัซซูรี่จะคว้าแชมป์จากจุดโทษ
คืนนั้นถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทรงจำสำหรับซิดาน โดยเขาเคยถูกไล่ออกในช่วงทดเวลาพิเศษจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ในขณะที่ค่ำคืนนี้แตกต่างออกไปในสถานที่และบริบทที่ต่างกันทั้งหมด
ผลการแข่งขันจบลงที่การเสมอแบบแบ่งแต้ม ช่วยให้อิตาลีคว้าคะแนนสำคัญ ส่วนซิดานก็ยังคงเกี่ยวข้องกับอัซซูรี่ในมุมมองที่ต่างไปจากอดีต
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
อเลสซานโดร บาสโตนี นำอิตาลีตีเสมอฝรั่งเศสที่ปารีส
อเลสซานโดร บาสโตนี ตามตีเสมอ ไมเคิล โอลิเซ ยิงนำ ฝรั่งเศส 10 คนพบอิตาลีเสมอ 1-1 ใน Nations League
เควิน เด บรอยน์ฟอร์มแจ่มย้อนวัย ซัดสองประตูพาเบลเยียมถล่มตุรกี
ดอนนารุมมาได้คะแนนสูงสุด บาสโตนีฟื้นฟอร์ม โอลิเซเด่น ฝรั่งเศส-อิตาลี เสมอ 1-1
อัปเดตล่าสุด: