อิตาลีแสดงหัวใจสู้ถึงถิ่นสเตเด เดอ ฟรองซ์ บุกแบ่งแต้มกับฝรั่งเศสยุโรปยุคใหม่ 1-1 ประตูสำคัญจาก บาสโตนีตามตีเสมอหลัง โอลิเซ ซัดนำ ก่อนอิตาลีต้องรับมือกับผู้เล่นสิบคนไมเคิล โอลิเซ ยิงนำ แต่ บาสโตนี ตามตีเสมอเกม Nations League ที่สเตเด เดอ ฟรองซ์ถูกมองว่าเป็นศึกบิ๊กแมตช์ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ของยุโรป และมันไม่ผิดหวังในด้านดรามา ฝรั่งเศสชุดของซิเนดีน ซิดานที่ยังขาด คีลิยัน เอ็มบัปเป้ บาดเจ็บ ดูจะคว้า 3 คะแนนเมื่อ ไมเคิล โอลิเซ ยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 55 จากลูกยิงฟ้าผ่าหลังฟรีคิกของ ไรอัน เชร์กี ลูกบอลมีจุดเล็กๆ ก่อนพุ่งเข้าตาข่ายใต้คานอย่างไรก็ตาม อิตาลีไม่ยอมแพ้และตีเสมอได้ในอีกประมาณ 13 นาทีต่อมา จากจังหวะโต้กลับที่ อันโตนิโอ เวร์การา เกี่ยวบอลขึ้นนำ แล้วกดบอลติดปลายเท้าอย่างเยือกเย็น จากเส้นกรอบเขตโทษ โดย บาสโตนี ซึ่งบุกขึ้นมาช่วยแนวรบ สอดรับกับ เวร์การา ประตูตีเสมอไม่ใช่แค่การไล่ตามคะแนน แต่ยังเป็นประตูแรกที่ฝรั่งเศสเสียภายใต้การคุมทีมของ ซิดานแท็คติกล้มจังหวะและโอกาสของอัซซูรีที่พลาดโรแบร์โต มันชินี ปรับแท็คติกใน XI เริ่มต้นบางตำแหน่งโดยเฉพาะการทิ้ง นิโคล บาเรลลา ไว้ที่ข้างสนาม และให้ ไมเคิล ไคโยเด จากเบรนท์ฟอร์ดลงยืนทางขวา ซึ่งเกือบสร้างสรรค์โอกาสในช่วงต้น ความพยายามของเขาเปิดบอลไปถึง โมอิส เคอาน ที่เสาสอง แต่ยิงไม่เต็มกรอบ ทำให้ผู้รักษาประตูฝรั่งเศสเซฟไว้ฝรั่งเศสมีโอกาสขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก โดย เดมเบเล่มีลุ้นทดสอบ ดอนนารุมมา แต่ผู้ตัดสินยกธงติดล้ำหน้า ขณะที่ เดซิร์ ดู โยกยิงมุมกว้างถัดจากการแฉลบของ ซันโดร โตนาลี และเมื่อเคาน์ได้โอกาสในช่วงท้ายครึ่งแรกก็มีลุ้นเช่นกัน แต่ยังไม่ผ่านมือแนวรับอิตาลีดอนนารุมมา ฮีโร่ช่วยให้อิตาลีออกเสมอในครึ่งหลัง ดอนนารุมมา ซึ่งถูกหยิบยกให้เป็นผู้รักษาประตูคนสำคัญ แสดงผลงานเซฟระดับโลกหลายครั้ง ช่วยให้อิตาลีอยู่ในเกมต่อเนื่อง ก่อนที่ โอลิเซ จะยิงนำฝรั่งเศสก่อนประตูขึ้นนำของโอลิเซ ดอนนารุมมามีจังหวะเซฟสองครั้งติดๆ กันเพื่อปฏิเสลูกยิงจาก เดอู และ เดมเบเล ก่อนที่บาสโตนีจะตีเสมอให้ทีมเยือน ครึ่งหลังมีการโต้ตอบที่ดุเดือด ทั้งจุดเด่นของแนวรับอิตาลีและการทดสอบของผู้เล่นฝรั่งเศสยังคงอยู่หลังจากตีเสมอ บาสโตนียังต้องทิ้งตัวสกัดลูกยิงของ อาเดรียน ราบิโอ ก่อนที่ความพยายามของ คาแมวงกา จะพยายามยิงจากระยะไกล แต่ ดอนนารุมมาปัดทิ้งให้ทีมยังไม่เสียประตูใบแดงท้ายเกมและแนวรับอิตาลีที่มั่นคงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เดย์อ็อต อูมาเมกาโน่ ของฝรั่งเศสถูกไล่ออกในนาทีที่ 85 หลังจากได้สองใบเหลืองติดกันจากการโต้เถียงกับ โมอิส เคอานและการควบคุมตัวผู้เล่นอิตาลีบนพื้นถึงจะเหลือผู้เล่นน้อยกว่าสี่นาที ฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าหาชัยชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่ ดอนนารุมมา เซฟลูกยิงของ คาแมวงกา และ บาสโตนี ตามมาปรับเกมรับด้วยการสกัดจังหวะล่วงล้ำของ โอลิเซในเขตโทษเพื่อหยุดจบสกอร์สุดท้ายผู้เล่นฝรั่งเศสเรียกร้องจุดโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ และอิตาลีสามารถรักษาผลเสมอไว้ได้บนถิ่นของฝรั่งเศส เป็นชัยชนะทางอ้อมที่ชี้ให้เห็นว่าซิดานยังมีงานต้องทำในเส้นทาง Nations League
ทีมชาติ ระหว่างอัจฉริยะกับความหยิ่งผยอง: จิตวิทยาของ Guardiola จะทำลายความสำเร็จของดอนิสกับซาอุดีอาระเบียหรือไม่ 04/10/2026
ทีมชาติ ลามีน ยามาล และ โรดรี ขับเคลื่อนเกมสุดยอด ช่วยสเปนชนะเช็ก 3-1 รักษาสถิติชนะรวดในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 04/10/2026
อเลสซานโดร บาสโตนี ตามตีเสมอ ไมเคิล โอลิเซ ยิงนำ ฝรั่งเศส 10 คนพบอิตาลีเสมอ 1-1 ใน Nations League
อิตาลีแสดงหัวใจสู้ถึงถิ่นสเตเด เดอ ฟรองซ์ บุกแบ่งแต้มกับฝรั่งเศสยุโรปยุคใหม่ 1-1 ประตูสำคัญจาก บาสโตนีตามตีเสมอหลัง โอลิเซ ซัดนำ ก่อนอิตาลีต้องรับมือกับผู้เล่นสิบคน
ไมเคิล โอลิเซ ยิงนำ แต่ บาสโตนี ตามตีเสมอ
เกม Nations League ที่สเตเด เดอ ฟรองซ์ถูกมองว่าเป็นศึกบิ๊กแมตช์ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ของยุโรป และมันไม่ผิดหวังในด้านดรามา ฝรั่งเศสชุดของซิเนดีน ซิดานที่ยังขาด คีลิยัน เอ็มบัปเป้ บาดเจ็บ ดูจะคว้า 3 คะแนนเมื่อ ไมเคิล โอลิเซ ยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 55 จากลูกยิงฟ้าผ่าหลังฟรีคิกของ ไรอัน เชร์กี ลูกบอลมีจุดเล็กๆ ก่อนพุ่งเข้าตาข่ายใต้คาน
อย่างไรก็ตาม อิตาลีไม่ยอมแพ้และตีเสมอได้ในอีกประมาณ 13 นาทีต่อมา จากจังหวะโต้กลับที่ อันโตนิโอ เวร์การา เกี่ยวบอลขึ้นนำ แล้วกดบอลติดปลายเท้าอย่างเยือกเย็น จากเส้นกรอบเขตโทษ โดย บาสโตนี ซึ่งบุกขึ้นมาช่วยแนวรบ สอดรับกับ เวร์การา ประตูตีเสมอไม่ใช่แค่การไล่ตามคะแนน แต่ยังเป็นประตูแรกที่ฝรั่งเศสเสียภายใต้การคุมทีมของ ซิดาน
แท็คติกล้มจังหวะและโอกาสของอัซซูรีที่พลาด
โรแบร์โต มันชินี ปรับแท็คติกใน XI เริ่มต้นบางตำแหน่งโดยเฉพาะการทิ้ง นิโคล บาเรลลา ไว้ที่ข้างสนาม และให้ ไมเคิล ไคโยเด จากเบรนท์ฟอร์ดลงยืนทางขวา ซึ่งเกือบสร้างสรรค์โอกาสในช่วงต้น ความพยายามของเขาเปิดบอลไปถึง โมอิส เคอาน ที่เสาสอง แต่ยิงไม่เต็มกรอบ ทำให้ผู้รักษาประตูฝรั่งเศสเซฟไว้
ฝรั่งเศสมีโอกาสขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก โดย เดมเบเล่มีลุ้นทดสอบ ดอนนารุมมา แต่ผู้ตัดสินยกธงติดล้ำหน้า ขณะที่ เดซิร์ ดู โยกยิงมุมกว้างถัดจากการแฉลบของ ซันโดร โตนาลี และเมื่อเคาน์ได้โอกาสในช่วงท้ายครึ่งแรกก็มีลุ้นเช่นกัน แต่ยังไม่ผ่านมือแนวรับอิตาลี
ดอนนารุมมา ฮีโร่ช่วยให้อิตาลีออกเสมอ
ในครึ่งหลัง ดอนนารุมมา ซึ่งถูกหยิบยกให้เป็นผู้รักษาประตูคนสำคัญ แสดงผลงานเซฟระดับโลกหลายครั้ง ช่วยให้อิตาลีอยู่ในเกมต่อเนื่อง ก่อนที่ โอลิเซ จะยิงนำฝรั่งเศส
ก่อนประตูขึ้นนำของโอลิเซ ดอนนารุมมามีจังหวะเซฟสองครั้งติดๆ กันเพื่อปฏิเสลูกยิงจาก เดอู และ เดมเบเล ก่อนที่บาสโตนีจะตีเสมอให้ทีมเยือน ครึ่งหลังมีการโต้ตอบที่ดุเดือด ทั้งจุดเด่นของแนวรับอิตาลีและการทดสอบของผู้เล่นฝรั่งเศสยังคงอยู่
หลังจากตีเสมอ บาสโตนียังต้องทิ้งตัวสกัดลูกยิงของ อาเดรียน ราบิโอ ก่อนที่ความพยายามของ คาแมวงกา จะพยายามยิงจากระยะไกล แต่ ดอนนารุมมาปัดทิ้งให้ทีมยังไม่เสียประตู
ใบแดงท้ายเกมและแนวรับอิตาลีที่มั่นคง
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เดย์อ็อต อูมาเมกาโน่ ของฝรั่งเศสถูกไล่ออกในนาทีที่ 85 หลังจากได้สองใบเหลืองติดกันจากการโต้เถียงกับ โมอิส เคอานและการควบคุมตัวผู้เล่นอิตาลีบนพื้น
ถึงจะเหลือผู้เล่นน้อยกว่าสี่นาที ฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าหาชัยชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ขณะที่ ดอนนารุมมา เซฟลูกยิงของ คาแมวงกา และ บาสโตนี ตามมาปรับเกมรับด้วยการสกัดจังหวะล่วงล้ำของ โอลิเซในเขตโทษเพื่อหยุดจบสกอร์สุดท้าย
ผู้เล่นฝรั่งเศสเรียกร้องจุดโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ และอิตาลีสามารถรักษาผลเสมอไว้ได้บนถิ่นของฝรั่งเศส เป็นชัยชนะทางอ้อมที่ชี้ให้เห็นว่าซิดานยังมีงานต้องทำในเส้นทาง Nations League
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
ระหว่างอัจฉริยะกับความหยิ่งผยอง: จิตวิทยาของ Guardiola จะทำลายความสำเร็จของดอนิสกับซาอุดีอาระเบียหรือไม่
ลามีน ยามาล และ โรดรี ขับเคลื่อนเกมสุดยอด ช่วยสเปนชนะเช็ก 3-1 รักษาสถิติชนะรวดในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก
สเปนยังคงฟอร์มไร้พ่าย ชนะเช็ก 3-1 ในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม 3
แฮร์รี เคนเผยแท็คติกทำแนวรุกอังกฤษอันตรายจนฝ่ายตรงข้ามหยุดไม่ได้
อัปเดตล่าสุด: