ยุคการ takeover ของเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปรับโฉมฟุตบอลอังกฤษ ด้วยเส้นทางการย้ายตรงระหว่างสองสโมสรที่สะสมมูลค่ากว่า 350 ล้านปอนด์ ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมาสองยักษ์ใหญ่สร้างเส้นทางการย้ายตรงระหว่างกันเมื่อโรมัน อับราโมวิช ซื้อเชลซีในกรกฎาคม 2003 ตามด้วยการควบคุมของเชค มานซูร์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันที่ 1 กันยายน 2008 ทั้งสองสโมสรถูกยกระดับสู่มหาอำนาจฟุตบอลยุคใหม่ ก่อนหน้านั้นในทศวรรษ 1990s ทั้งคู่เป็นทีมกลางตารางที่ซื้อขายผู้เล่นด้วยงบประมาณจำกัดก่อนปี 2008 การย้ายผู้เล่นระหว่างทั้งสองสโมสรมีเช่น ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ย้ายจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ไปเชลซีด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ในปี 2005 ก่อนกลับสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วย 8.5 ล้านปอนด์ในอีกสามปีต่อมา ทาล เบน ฮายม ก็สลับระหว่างลอนดอนและแมนเชสเตอร์ด้วยดีล 5 ล้านปอนด์อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์หลัง 2008 ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การย้ายตัวระหว่างสองสโมสรให้เป็นการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินโดยตรงระหว่างคู่ปรับแชมป์ลีกการสลับทรัพย์สินแนวทางชัดเจนตั้งแต่การ takeover ของเชค มานซูร์ ธุรกรรมตรงระหว่างเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีมูลค่าเกิน 350 ล้านปอนด์ โดยเริ่มต้นด้วย Wayne Bridge ที่ย้ายไปซิตี้ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ในปี 2009 ตามด้วย Daniel Sturridge ที่ย้ายกลับไปเชลซีด้วยค่าธรรมเนียม 8.3 ล้านปอนด์ที่ได้จากกระบวนการศาลต่อมา ราฮีม สเตอร์ลิง ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปสู่เชลซีในปี 2022 ด้วย 47.5 ล้านปอนด์ และเมาเทโอ โควาซิชเข้าร่วมซิตี้ด้วย 25 ล้านปอนด์ในปี 2023เส้นทางนี้ยังมีการย้ายฟรีที่เด่นชัด เช่น แฟรงค์ แลมพาร์ดมาเล่นให้แมนฯ ซิตี้ในปี 2014 และวิลลี่ คาบัลเยโร่ย้ายไปเชลซีในปี 2017สามดีลค่าตัวสูงสุดในยุคปัจจุบันจุดสูงสุดของเส้นทางนี้ถูกกดับด้วยสามดีลสำคัญ เอนโซ เฟร์นานเดซ ย้ายจากเชลซีไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ในวันเดดไลน์เดือนกันยายน 2026 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดราอีม สเตอริง ย้ายจากเอทิฮัด สเตเดียมมาซิตี้ไปสู่เชลซีด้วย 47.5 ล้านปอนด์ในปี 2022โคล ปาล์เมอร์ เป็นอันดับสามหลังย้ายไปเวสต์ลอนดอนในเดือนกันยายน 2023 ด้วย 40 ล้านปอนด์ดีลเฟร์นานเดซตั้งบรรทัดฐานใหม่ของตลาดดีลเฟร์นานเดซทำสถิติสูงสุดของตลาดด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ตกลงคว้ากองกลางอาร์เจนไตน์จากเชลซี ในวันเดดไลน์เดือนกันยายน 2026 ซึ่งทำให้เฟร์นานเดซเป็นนักเตะคนแรกในประวัติฟุตบอลที่ถูกขายด้วยค่าตัวเกิน 100 ล้านปอนด์สองครั้งนอกเหนือจากเฟร์นานเดซ ยังมีผู้เล่นระดับซีเนียร์และจากอะคาเดมี่ที่ย้ายตรงระหว่างสองสโมสรรวม 15 ราย ตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1990s เริ่มจาก ดาเวิด โรคอสตัล และ เทอร์รี่ เพแลน ตามด้วย จอร์จ เวอาห์, ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์ (ย้ายไป-ย้ายกลับ), ทาล เบน ฮายม, เวย์น บริดจ์, Daniel Sturridge, Frank Lampard, Willy Caballero, Raheem Sterling, Mateo Kovacic, Cole Palmer, Marcus Bettinelli และผู้เล่นอะคาเดมี่ Michael Olise กับ Ryan McAidooข้อมูลจาก Transfermarkt ระบุว่า มีการแลกเปลี่ยนตรงระหว่างเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้รวมกว่า 350 ล้านปอนด์ ทำให้เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในเครือข่ายการค้าในฟุตบอลสมัยใหม่
ตลาดนักเตะ เชลซีประกาศเซ็นเดนเนอร์ อัลเวส ดาวรุ่งบราซิลจากคอร์อินเทียนส์ เซ็นสัญญายาวถึงปี 2034 04/09/2026
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เอสเตวาโวพิจารณาย้ายจากเชลซีในเดือนมกราคม หลังความกังวลเรื่องโอกาสลงสนามภายใต้อันซาบี อลอนโซ 04/09/2026
เชลซี-แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ประวัติการทุ่มเงินจากการย้ายตรงระหว่างสองสโมสรแตะ 350 ล้านปอนด์
ยุคการ takeover ของเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปรับโฉมฟุตบอลอังกฤษ ด้วยเส้นทางการย้ายตรงระหว่างสองสโมสรที่สะสมมูลค่ากว่า 350 ล้านปอนด์ ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
สองยักษ์ใหญ่สร้างเส้นทางการย้ายตรงระหว่างกัน
เมื่อโรมัน อับราโมวิช ซื้อเชลซีในกรกฎาคม 2003 ตามด้วยการควบคุมของเชค มานซูร์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันที่ 1 กันยายน 2008 ทั้งสองสโมสรถูกยกระดับสู่มหาอำนาจฟุตบอลยุคใหม่ ก่อนหน้านั้นในทศวรรษ 1990s ทั้งคู่เป็นทีมกลางตารางที่ซื้อขายผู้เล่นด้วยงบประมาณจำกัด
ก่อนปี 2008 การย้ายผู้เล่นระหว่างทั้งสองสโมสรมีเช่น ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ย้ายจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ไปเชลซีด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ในปี 2005 ก่อนกลับสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วย 8.5 ล้านปอนด์ในอีกสามปีต่อมา ทาล เบน ฮายม ก็สลับระหว่างลอนดอนและแมนเชสเตอร์ด้วยดีล 5 ล้านปอนด์
อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์หลัง 2008 ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การย้ายตัวระหว่างสองสโมสรให้เป็นการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินโดยตรงระหว่างคู่ปรับแชมป์ลีก
การสลับทรัพย์สินแนวทางชัดเจน
ตั้งแต่การ takeover ของเชค มานซูร์ ธุรกรรมตรงระหว่างเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีมูลค่าเกิน 350 ล้านปอนด์ โดยเริ่มต้นด้วย Wayne Bridge ที่ย้ายไปซิตี้ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ในปี 2009 ตามด้วย Daniel Sturridge ที่ย้ายกลับไปเชลซีด้วยค่าธรรมเนียม 8.3 ล้านปอนด์ที่ได้จากกระบวนการศาล
ต่อมา ราฮีม สเตอร์ลิง ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปสู่เชลซีในปี 2022 ด้วย 47.5 ล้านปอนด์ และเมาเทโอ โควาซิชเข้าร่วมซิตี้ด้วย 25 ล้านปอนด์ในปี 2023
เส้นทางนี้ยังมีการย้ายฟรีที่เด่นชัด เช่น แฟรงค์ แลมพาร์ดมาเล่นให้แมนฯ ซิตี้ในปี 2014 และวิลลี่ คาบัลเยโร่ย้ายไปเชลซีในปี 2017
สามดีลค่าตัวสูงสุดในยุคปัจจุบัน
จุดสูงสุดของเส้นทางนี้ถูกกดับด้วยสามดีลสำคัญ เอนโซ เฟร์นานเดซ ย้ายจากเชลซีไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ในวันเดดไลน์เดือนกันยายน 2026 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด
ราอีม สเตอริง ย้ายจากเอทิฮัด สเตเดียมมาซิตี้ไปสู่เชลซีด้วย 47.5 ล้านปอนด์ในปี 2022
โคล ปาล์เมอร์ เป็นอันดับสามหลังย้ายไปเวสต์ลอนดอนในเดือนกันยายน 2023 ด้วย 40 ล้านปอนด์
ดีลเฟร์นานเดซตั้งบรรทัดฐานใหม่ของตลาด
ดีลเฟร์นานเดซทำสถิติสูงสุดของตลาดด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ตกลงคว้ากองกลางอาร์เจนไตน์จากเชลซี ในวันเดดไลน์เดือนกันยายน 2026 ซึ่งทำให้เฟร์นานเดซเป็นนักเตะคนแรกในประวัติฟุตบอลที่ถูกขายด้วยค่าตัวเกิน 100 ล้านปอนด์สองครั้ง
นอกเหนือจากเฟร์นานเดซ ยังมีผู้เล่นระดับซีเนียร์และจากอะคาเดมี่ที่ย้ายตรงระหว่างสองสโมสรรวม 15 ราย ตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1990s เริ่มจาก ดาเวิด โรคอสตัล และ เทอร์รี่ เพแลน ตามด้วย จอร์จ เวอาห์, ชอน ไรท์-ฟิลลิปส์ (ย้ายไป-ย้ายกลับ), ทาล เบน ฮายม, เวย์น บริดจ์, Daniel Sturridge, Frank Lampard, Willy Caballero, Raheem Sterling, Mateo Kovacic, Cole Palmer, Marcus Bettinelli และผู้เล่นอะคาเดมี่ Michael Olise กับ Ryan McAidoo
ข้อมูลจาก Transfermarkt ระบุว่า มีการแลกเปลี่ยนตรงระหว่างเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้รวมกว่า 350 ล้านปอนด์ ทำให้เส้นทางนี้เป็นหนึ่งในเครือข่ายการค้าในฟุตบอลสมัยใหม่
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
อาร์เซนอลเผชิญข่าวรบกวนบาดเจ็บสองรายก่อนดาร์บี้ลอนดอนพบเชลซี
เชลซีประกาศเซ็นเดนเนอร์ อัลเวส ดาวรุ่งบราซิลจากคอร์อินเทียนส์ เซ็นสัญญายาวถึงปี 2034
เนย์มาร์โวยสภาพสนามวิลา เบลมิโร หลังเจ็บจากเกมสำคัญ
เอสเตวาโวพิจารณาย้ายจากเชลซีในเดือนมกราคม หลังความกังวลเรื่องโอกาสลงสนามภายใต้อันซาบี อลอนโซ
อัปเดตล่าสุด: