ข่าว คอลัมน์
หน้าแรก / ข่าวฟุตบอล / แท็คติกบนกระดานบอล: ซิเมโอเน่เน้นการบุกแนวตั้ง ส่งผลให้แอตเลติโก มาดริดบด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ก่อนใบแดงของโยโร

แท็คติกบนกระดานบอล: ซิเมโอเน่เน้นการบุกแนวตั้ง ส่งผลให้แอตเลติโก มาดริดบด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ก่อนใบแดงของโยโร

แชร์ไป Facebook
แชร์ไป X

แอตเลติโก มาดริดครองเกมด้วยการกดดันตั้งแต่เสียงนกหวีดเปิดสนาม ก่อนได้ประตูเร็วและรักษาความดันอย่างต่อเนื่อง toki จนชนะ 2-0 ใบแดงของโยโรในครึ่งหลังย้ำความได้เปรียบ

แท็คติกของแอตเลติโก มาดริด

ซิเมโอเน่เลือกใช้งานระบบ 4-4-2 แบบไหลลื่น จุดเด่นอยู่ที่ตำแหน่งฟูลแบ็ก อเล็กซ์ กริมาลโด้ กับ มาร์โก ลโยเรนเต ที่ยืนสูงและกว้าง ทำให้วิงเกอร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องถอยลงไปรับบอลในแดนลึก และช่วยลดความสามารถในการโต้กลับ โดยแดนกลางนำโดย จอห์นนี่ คาร์โดโซ และ พาโบล บาเรียส ทำงานหนักในการแย่งบอลในจังหวะสอง และรักษาการครองบอลไว้ได้ รวมถึงยิงรวมกัน 11 ครั้งในเกมนี้

การกดดันของอตเลติโกมีทริกชัดเจน ไม่ใช่การบีบไปที่เซ็นเตอร์แบ็กอย่างต่อเนื่อง แต่รอจังหวะบอลเข้าสู่โซน pivot เมื่อ ยุรี ไทเลมานส์ หรือ คาร์โล บาเลบา ได้บอลหันหลังให้ประตู ทีมจะแจ้งนำโดย ฮูลีอัน อัลวาเรซ และ คังอิน ลี เป็นผู้นำในการกด เพื่อบังคับให้ยูไนเต็ดส่งบอลยาวที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ซึ่ง ดาวิด ฮานคโก และ คริสเตียน โรเมโร สามารถสกัดบอลได้ง่าย

ในเกมรุก ความร่วมมือระหว่าง อเล็กซ์ บาเอนา กับ บาเรียส สร้างความเหนือจำนวนในพื้นที่ครึ่งสนาม บาเอนาเคลื่อนไหวลงไปอยู่ใน half-spaces ซึ่งทำให้แนวรับยูไนเต็ดไม่สามารถติดตามได้ทั้งหมด และอตเลติโกสามารถสร้างความได้เปรียบในการเล่นเชิงรุกได้ดี

แท็คติกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยูไนเต็ดวางระบบ 4-2-3-1 ที่ปรับเป็นแนวรับ 4-4-2 โดยคาร์ริกมุ่งเน้นการปกป้องคู่เซ็นเตอร์แบ็กวัยรุ่นโยโร ด้วยการวาง ยุรี ไทเลมานส์ และ คาโล บาเลบา เป็นมิดฟิลด์คู่ เพื่อสร้างเกราะกั้นและ directing play ไปทางปีก

การสร้างเกมส่วนใหญ่พึ่งพา บรูโน เฟร์นันเดส ที่ลงไปต่ำเพื่อรับบอลจากเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งทำให้แนวรุกอย่าง มาร์คัส ราฮีม สเติร์ม และ อเดโมลา ลุกมัน ต้องทำงานในพื้นที่ด้านข้างมากขึ้น และไม่สามารถปล่อยบอลไปสู่กรอบสุดท้ายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความท้าทายเพิ่มเติมมาจากการดวลลูกกลางอากาศ ยูไนเต็ดชนะการดวลลูกกลางอากาศได้เพียง 4 ใน 9 ครั้ง ขณะที่อตเลติโกมีอัตราชนะการดวลนี้สูงกว่า ทำให้การเล่นบอลยาวถูกรีไซเคิลบ่อยครั้ง และมีความกดดันต่อแนวรับของยูไนเต็ดตลอดเกม, รวมถึงใบเหลืองของ ราฮีม ราชฟอร์ด ที่สะท้อนถึงความตึงเครียดในแท็คติก

การชิงไหวชิงแท็คติค

การต่อสู้ในพื้นที่ half-spaces ระหว่างฟูลแบ็กกับเซ็นเตอร์แบ็กของยูไนเต็ดเป็นจุดสำคัญ ซิเมโอเน่เห็นว่า ดาโลท และโยโรมีการครอบคลุมแนวราบที่ไม่ลงตัว จึงสั่งให้ คังอิน ลี และ อเล็กซ์ บาเอนา ครองช่องทางนี้เพื่อบังคับแนวรับยูไนเต็ดหุบแคบลง แล้วเปิดทางให้ กริมาลโด้ กระทบบอลจากทางปีกขวา ซึ่งมีส่วนทำให้ยูไนเต็ดไม่สามารถตั้งหลักได้

การครอบครองบอลยาวนานของอตเลติโกสะท้อนผ่านสถิติที่มากกว่า โดยมียอดผ่านบอลสูงถึง 578 ครั้งเมื่อเทียบกับ 398 ครั้งของยูไนเต็ด ซึ่งทำให้ผู้มาเยือนเมื่อยล้า และการตัดสินใจปล่อยวิงเกอร์สูงเพื่อโต้กลับกลับกลายเป็นภาระของแบ็กสองข้างในครึ่งแรก

ความล้มเหลวในการปรับตัวรับมือกับโอเวอร์โหลดข้างซ้ายของอตเลติโกเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยูไนเต็ดไม่สามารถหยุดการผ่านบอลกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การปรับตัวในเกม

ครึ่งหลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยก่อนใบแดง ยูไนเต็ดส่ง จอชัว ซิร์กซี และ เมสัน เมาท์ ลงสนามในนาทีที่ 66 เพื่อเน้นการกดดันและเปลี่ยนมาเป็น 4-3-3 เพื่อบังคับอตเลติโกให้เกิดความผิดพลาด ตั้งแต่นาทีดังกล่าว ยูไนเต็ดดูแน่นขึ้นในช่วงสั้นๆ

ใบแดงของโยโรบังคับให้คาร์ริกถอยแนวรับด้วยการนำ ฮารรี่ แม็กไกวร์ และ มัตเฮุส คูนฮา เข้ามาเสริมแนวรับ ทำให้ระบบกลายเป็น 4-4-1 ซึ่งซิเมโอเน่ตอบโต้ด้วยการส่ง อเดโมลา ลุกมัน และ โจนาธาน ดาวิด ลงสนาม เพื่อเพิ่มความแนวตั้งในแนวรุกมากขึ้น ลุกมันยิงประตูที่ 79 จากจังหวะที่ ดาวิด จ่ายให้ ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวของทั้งสองทีม

สรุป

ความกดดันแนวตั้งและการ overloaded ในพื้นที่ครึ่งสนามเป็นปัจจัยตัดสินชัยชนะของอตเลติโก มาดริด ตั้งแต่ประตูแรกที่มาจากการเปิดเกมตั้งแต่ต้น ทำให้ซิเมโอเน่สามารถกำหนดทิศทางแท็คติกและจิตวิทยาของแมตช์ได้ก่อนที่ใบแดงของโยโรจะตอกย้ำสถานการณ์ให้ยูไนเต็ดต้องไล่ตาม

การใช้ตัวสำรองอย่างลุคมันช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ให้อตเลติโกมีความคมชัดมากขึ้นจนคว้าชัยชนะ 2-0

ข่าวล่าสุด